Search
  • Suphanut Atchanarat

บัตรสมาชิก กระตุ้นยอดขายในธุรกิจความงามได้อย่างไร

หากพูดถึงการนำกลยุทธ์มาใช้ในคลินิกเพื่อกระตุ้นยอดขาย ไม่ว่าจะจากลูกค้าเก่าหรือลูกค้าใหม่ก็ตาม ตัวเลือกที่หลายๆคนนึกถึงเป็นอันดับแรกคงหนีไม่พ้น บัตรสมาชิก หรือ Member Card นั่นเอง แม้จะเป็นสิ่งที่ถูกใช้มานาน แต่ก็ยังคงได้รับความนิยมและได้ผลลัพธ์ที่เป็นที่น่าพอใจอยู่เสมอ อีกทั้งยังมีการพัฒนา ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะสมกับยุคปัจจุบันมากขึ้น ทำให้ยังคงเป็นที่นิยมอยู่จนถึงปัจจุบัน

ในบทความนี้เราจะพูดถึงกลยุทธ์ต่างๆ ของบัตรสมาชิก ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับคลินิกความงามกันครับ

การแบ่งระดับบัตรสมาชิก

การสร้างความแตกต่างของระดับบัตรสมาชิกจะเพิ่มความต้องการในการซื้อของลูกค้าเพื่อไปยังเป้าหมายในระดับของบัตรสมาชิกที่ต้องการ ทางคลินิกต้องวางแผนเกี่ยวกับสมาชิกใน ระดับต่างๆ โดยอาจพิจารณาจากหัวข้อต่อไปนี้

การกำหนดจำนวนระดับของสมาชิกที่เหมาะสม



สำหรับการแบ่งระดับบัตรสมาชิก ควรมีอยู่ประมาณ 2-3 ระดับขั้น เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและการจัดโปรโมชั่น หรือแคมเปญทางการตลาดต่างๆ จำนวนระดับที่เยอะจนเกินไปจะสร้างความสับสนให้กับลูกค้า รวมถึงทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกยากที่จะไปสู่จุดสูงสุดหรือระดับที่ลูกค้ารู้สึกพอใจ อาจะทำให้การใช้บัตรสมาชิกของลูกค้ายากกว่าที่ควรจะเป็นนั่นเอง


เกณฑ์ในการแบ่งระดับสมาชิก



คลินิกสามารถแบ่งระดับสมาชิกจากตัวแปรต่างๆ ส่วนใหญ่แล้วจะแบ่งระดับสมาชิกจากยอดการซื้อของลูกค้า เช่น เมื่อสมาชิกระดับเริ่มต้นมีการสะสมยอดซื้อสินค้าจนครบ 10,000 บาท จะได้รับการเลื่อนระดับสมาชิกเป็นระดับกลาง เมื่อซื้อครบ 30,000 บาทจะได้รับระดับสมาชิกสูงสุด เป็นต้น การแบ่งระดับสมาชิก ก็ควรตั้งออยู่ในพื้นฐานของความสมเหตุสมผลและไม่ทำให้ลูกค้าต้องรู้สึกว่าการเลื่อนขั้นระดับบัตรสมาชิกนั้นยากจนเกินไป แต่ควรเอื้อประโยชน์ให้ลูกค้าเต็มใจที่จะจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่องและกลายเป็นลูกค้าประจำของคลินิกในที่สุด

แจกแจงสิทธิประโยชน์อย่างชัดเจน


แจกแจงสิทธิประโยชน์อย่างชัดเจน

สิทธิประโยชน์คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้สมาชิกแต่ละระดับมีความแตกต่างที่ชัดเจนและดึงดูดความสนใจของลูกค้าให้ตั้งเป้าหมายและซื้อสินค้าเพื่อไปยังเป้าหมายที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดที่ได้รับในแต่ละระดับ จำนวนของแถมที่มากขึ้น สิทธิประโยชน์เหล่านี้ควรมีตารางเปรียบเทียบให้เห็นตัวเลขที่ชัดเจน จะทำให้ลูกค้าเข้าใจง่ายและเห็นถึงความคุ้มค่ามากขึ้นเมื่อเปรียบเทียบ นอกจากสิทธิประโยชน์ของแต่ละระดับแล้ว สิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันคือจุดเริ่มต้นของบัตรสมาชิก ซึ่งก็คือ สิทธิประโยชน์ที่ได้รับหลังจากสมัครสมาชิกนั่นเอง การสมัครสมาชิกแล้วได้สิทธิประโยชน์ในทันทีจะเพิ่มความน่าสนใจให้ลูกค้าเลือกใช้บัตรสมาชิกมากขึ้น และหลังจากสมัครสมาชิกแล้ว สิทธิประโยชน์ของแต่ละระดับควรมีความแตกต่างที่ชัดเจน เห็นแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าของระดับที่ต้องการ เช่น หลังจากที่ลูกค้าสมัครสมาชิกแล้วคลินิกต้องการให้ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นสมาชิกระดับที่ 2 ทางคลินิกสามารถทำให้ระดับแรกมีสิทธิประโยชน์ไม่มาก และเพิ่มจำนวนสิทธิ์ให้มากขึ้นอย่างก้าวกระโดดในระดับที่ 2 ไม่ว่าจะเป็นของแถม หรือส่วนลดสำหรับสมาชิกที่มากขึ้น ไปจนถึงการได้ลองสินค้าใหม่เป็นกลุ่มแรกๆ เป็นต้น


การสื่อสารกับสมาชิกแต่ละระดับที่แตกต่างกัน



แน่นอนว่าสิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าซึ่งเป็นสมาชิกในระดับที่แตกต่างกันได้รับย่อมไม่เหมือนกัน อย่างเช่น ลูกค้าที่เป็นสมาชิกในระดับ Silver เริ่มต้นจะสามารถใช้สิทธิ์ส่วนลดยา/บริการ/คอร์ส ได้ 10%, 15%, 15% ตามลำดับ ในขณะที่ลูกค้ากลุ่ม Gold จะได้รับสิทธิ์ส่วนลดยา/บริการ/คอร์ส ได้ 15%, 20%, 25% ตามลำดับ ซึ่งหากคลินิกไม่ได้แยกส่งข้อมูลให้ตรงกับลูกค้าแต่ละระดับ ย่อมก่อให้เกิดความสับสน และเข้าใจผิดได้ ดังนั้น เราควรที่ต้องแยกข้อมูลหรือข้อความที่ต้องการสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าของแต่ละระดับบัตรสมาชิกให้ชัดเจน ไม่ปะปนกันเพื่อให้สื่อสารได้อย่างตรงจุด และสมาชิกได้รับข้อความที่ถูกต้องในแต่ละระดับบัตรสมาชิก


การสะสมแต้ม



เมื่อพูดถึงบัตรสมาชิก ใครๆก็ต้องนึกถึงการสะสมแต้ม ซึ่งส่วนใหญ่แต้มที่ได้จะมาจากการซื้อสินค้าในอัตราที่กำหนด เช่น ชำระครบ 1000 บาท ได้ 1 แต้ม ซึ่งแต้มนี้สามารถสะสมเพื่อใช้เป็นส่วนลดหรือนำมาแลกสินค้าได้ เรียกว่าเป็นฟีเจอร์เด็ดที่ขาดไม่ได้สำหรับบัตรสมาชิกเลยทีเดียว ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับบัตรสมาชิก และเป็นฟีเจอร์ที่ดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการเพื่อนำแต้มไปแลกสินค้าที่ต้องการนั่นเอง

แม้ว่าจะเป็นคุณสมบัติพื้นฐาน แต่การกำหนดสินค้าที่ใช้แต้มแลกจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ลูกค้าสนใจในบัตรสมาชิกของคุณ ทางคลินิกควรศึกษาจากประวัติการใช้บริการว่าสินค้าไหนที่ลูกค้านิยมมาใช้บริการ เพื่อนำไปใช้เป็นหนึ่งในสินค้าที่ใช้แต้มในการแลก นอกจากนี้ยังสามารถใช้สินค้าที่ต้องการโปรโมท ผลิตภัณฑ์ของทางคลินิก หรือสินค้าที่กำลังเปิดตัว มาใช้แต้มแลกเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อของสินค้านั้นๆและเป็นการเคลียร์สต๊อกไปในตัวอีกด้วย



และทั้งหมดนี้ คือการใช้ระบบบัตรสมาชิก เพื่อกระตุ้นยอดขายและยกระดับความสัมพันธ์ลูกค้ามีต่อธุรกิจความงามในระยะยาวอย่างยั่งยืน ซึ่งในทุกกลยุทธ์ที่กล่าวมาจำเป็นต้องมีการจัดการที่ดีเพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจและลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการทำงานของพนักงาน เราขอแนะนำโปรแกรมบริหารคลินิก JERA Cloud ที่ออกแบบเพื่อธุรกิจคลินิกความงามโดยเฉพาะ นอกจากจะครอบคลุมทุกด้านของคลินิกความงามแล้ว ระบบยังรองรับการใช้งานบัตรสมาชิก ที่นอกจากจะมีระบบสะสมแต้ม ที่สามารถแลกสินค้าหรือนำแต้มมาเป็นส่วนลดได้แล้ว ยังรองรับการใช้ Top up หรือการวงเงินในบัตรแบบแถมวงเงินอีกด้วย สามารถกำหนดอัตราแลกแต้มของบัตรสมาชิกแต่ละระดับได้อย่างอิสระ ช่วยให้คลินิกออกแบบบัตรสมาชิกได้อย่างหลากหลาย และลดค่าใช้จ่ายด้วยบัตรสมาชิกออนไลน์ ที่เพียงแค่ใช้รหัสแทนการทำบัตรแข็ง ไม่ต้องกลัวว่าลูกค้าบัตรจะทำหาย อีกทั้งยังรักษาสิ่งแวดล้อมและลดการสัมผัส เหมาะกับยุคที่โควิด-19กำลังระบาดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

นอกจากฟีเจอร์สำหรับบัตรสมาชิกที่ครอบคลุมแล้ว ยังมีระบบการส่งข้อความโปรโมชันตามระดับสมาชิก ด้วยข้อมูลสมาชิกของลูกค้าแต่ละคน ผ่านทาง LINE และ SMS ให้กับลูกค้าทุกคนพร้อมกันในการสั่งการเพียงครั้งเดียวอีกด้วย เพิ่มความรู้สึกพิเศษให้กับลูกค้าและลดเวลาในการทำงานของพนักงานในคลินิก เพื่อทุ่มเทให้กับการให้บริการลูกค้าในคลินิกของคุณ


ที่มา : https://blog.pointspot.co/17720937/4-member-reward-strategies

0 views0 comments