top of page
Search

ระบบรายงานคลินิก ช่วยให้เจ้าของเห็นยอดขายและต้นทุนยังไงบ้าง!

  • Writer: Rasita Chanratanayothin
    Rasita Chanratanayothin
  • Jul 13
  • 1 min read

หลายครั้งที่เราเห็นเจ้าของคลินิกความงามหรือคลินิกเวชกรรมหลายท่าน ต้องมานั่งปวดหัวตอนสิ้นเดือน ไม่ใช่เพราะไม่มีพาร์ตเนอร์หรือไม่มีคนไข้เข้ามาใช้บริการนะคะ แต่เป็นเพราะทุกคนอาจจะไม่เคยรู้ตัวเลขที่แท้จริงของคลินิกตัวเองเลยต่างหาก บางคนเห็นเงินโอนเข้าบัญชีทุกวันก็ทึกทักเอาเองว่าคลินิกกำลังทำกำไร ทั้งที่ในความเป็นจริง ค่าหมอ ค่าคอมมิชชันพนักงาน ค่าตัวยา และค่าเช่าตึกแทบจะกลืนกินกำไรไปจนหมดแล้ว

การบริหารคลินิกยุคนี้จะมาใช้สัญชาตญาณ หรือจดบันทึกใส่สมุดเล่มหนา ๆ แล้วเอามาบวกเลขด้วยเครื่องคิดเลขแบบเดิม ๆ มันใช้ไม่ได้ผลหรอกค่ะ ถ้าคุณอยากให้ธุรกิจรอดและไปต่อได้ สิ่งที่คุณต้องมีคือ “ระบบรายงานคลินิก (Clinic Reporting System)” ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยสะท้อนภาพรวมทั้งฝั่งยอดขายและฝั่งต้นทุนให้เห็นแบบชัดเจน ไม่ต้องมโนไปเอง และนี่คือสิ่งที่คุณจะได้เห็นอย่างละเอียดหากเลือกใช้ระบบรายงานที่ถูกต้อง

เจาะลึกฝั่ง "ยอดขาย" รู้จริงว่าเงินมาจากช่องทางไหน ไม่ใช่แค่ตัวเลขรวมตาแตก

เวลาที่เราพูดถึงยอดขาย เจ้าของคลินิกส่วนใหญ่มักจะมองแค่ "ยอดรวมรายเดือน" แล้วก็จบไป ซึ่งนั่นเป็นวิธีมองที่ตื้นเกินไปค่ะ การมีระบบรายงานที่ดี มันต้องแยกย่อยออกมาให้คุณเห็นโครงสร้างรายได้อย่างละเอียดตามนี้เลยค่ะ

แยกยอดขายตามประเภทบริการและหัตถการ

ทุกคนต้องรู้ให้ชัดว่า รายได้หลักที่ค้ำจุนคลินิกอยู่ตอนนี้มาจากอะไร ระหว่างคอร์สเลเซอร์, งานโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือการขายสกินแคร์ ระบบรายงานจะทำหน้าที่คัดแยกให้เห็นเลยว่าหัตถการไหนที่เป็น Hero Product ทำเงินได้มากที่สุด และหัตถการไหนที่แทบจะไม่มีคนไข้เรียกหาเลย ข้อมูลตรงนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะอัดงบการตลาดไปที่บริการไหน ไม่ใช่จัดโปรโมชันลดแลกแจกแถมมั่วซั่วไปหมดจนแบรนด์เสียมูลค่า

รายงานสถานะยอดขาย ยอดเงินสดชำระเต็ม กับ ยอดคอร์สคงเหลือ (Deferred Revenue)

นี่คือจุดตกม้าตายของเจ้าของคลินิกมือใหม่ คลินิกความงามส่วนใหญ่อยู่ได้ด้วยการขายคอร์สล่วงหน้า สมมติคนไข้ซื้อคอร์ส 50,000 บาท แต่อย่าเพิ่งดีใจกวาดเงินนั้นไปใช้จนหมดนะคะ เพราะในทางบัญชี เงินจำนวนนี้ยังไม่ใช่รายได้ที่แท้จริงจนกว่าคนไข้จะมาใช้บริการจริง ระบบรายงานคลินิกที่ดีจะช่วยแยกให้เห็นว่าเงินที่เข้ามาเป็น "รายรับวันนี้" เท่าไหร่ และเป็น "ยอดค้างทำ (คอร์สคงเหลือ)" ที่ถือเป็นหนี้สินทางบริการเท่าไหร่ ถ้าคุณไม่แยกแยะตรงนี้ วันดีคืนดีคนไข้มาขอเงินคืน หรือแห่กันมาใช้คอร์สพร้อมกันโดยที่คุณไม่มีเงินสดสำรองไปจ่ายค่าหมอ คลินิกของคุณจะเผชิญภาวะเงินขาดมือทันที

ตรวจสอบยอดขายตามช่องทางการชำระเงิน และทีมงาน

ระบบจะรายงานสรุปเลยว่ายอดขายที่เกิดขึ้น มาจากการโอนเงิน, รูดบัตรเครดิต หรือผ่อนชำระ เพื่อให้คุณเช็กยอดเงินเข้าธนาคารได้ตรงเป๊ะ นอกจากนี้ยังสามารถลิ้งก์กับผลงานของเซลส์หรือพนักงานแอดมินแต่ละคนได้ด้วย ทำให้คุณเห็นว่ายอดขายที่โตขึ้นมาจากความสามารถของพนักงานคนไหนอย่างเป็นธรรม ไม่ต้องมานั่งเถียงกันเวลาคิดค่าคอมมิชชัน

ควบคุมฝั่ง "ต้นทุน" อุดรอยรั่วที่ทำเงินหายแบบไม่รู้ตัว

ยอดขายสูงไม่ได้แปลว่ากำไรจะสูงตามเสมอไป ถ้าคุณไม่สามารถควบคุมต้นทุนได้ ซึ่งระบบรายงานคลินิกที่มีระบบบริหารจัดการหลังบ้านที่ดี จะเข้ามาช่วยจำแนกต้นทุนออกเป็นส่วน ๆ ให้คุณเห็นว่าเงินมันไหลออกไปกับอะไรบ้าง

ต้นทุนผันแปร (Variable Costs) จากการทำหัตถการ

ทุกครั้งที่มีคนไข้เดินเข้าห้องตรวจ มันมีต้นทุนเกิดขึ้นเสมอค่ะ ไม่ว่าจะเป็นค่ายา, ค่าฟิลเลอร์เป็นซีซี, ค่ายาชา, รวมไปถึงค่ามือหมอ (DF - Doctor Fee) และค่าคอมมิชชันของเทอราปิส ระบบรายงานที่ฉลาดจะคำนวณต้นทุนเหล่านี้ตัดยอดออกจากคลังสินค้า (Inventory) อัตโนมัติทันทีที่มีการเปิดบิลและตัดเคส ทำให้คุณเห็นต้นทุนต่อเคส (Cost per Treatment) ที่แท้จริง เพื่อนำไปตั้งราคาขายที่ไม่เข้าเนื้อตัวเอง

ต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating Expenses)

นอกจากค่ายาและค่าหมอแล้ว คลินิกยังมีค่าใช้จ่ายคงที่ เช่น ค่าเช่าสถานที่, ค่าน้ำไฟ, ค่าเงินเดือนพนักงานประจำ, และค่าการตลาด/โฆษณา ระบบรายงานคลินิกที่ดีจะเปิดโอกาสให้คุณบันทึกค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดเหล่านี้เข้าไปด้วย เพื่อนำมาหักลบกับยอดขายรวมในแต่ละเดือน ออกมาเป็น "กำไรสุทธิ (Net Profit)" ที่แท้จริง ไม่ใช่กำไรทิพย์ที่คิดเอาเองในหัว

รายงานการทุจริตและสินค้าค้างสต็อก

หนึ่งในต้นทุนที่น่ากลัวที่สุดของคลินิกคือ "ยาหมดอายุ" และ "ยาลดจำนวนลงอย่างมีเงื่อนงำ" หากไม่มีระบบรายงานคลังสินค้าคอยมอนิเตอร์ คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าตัวยาหรือเครื่องสำอางแบรนด์ดังถูกเบิกออกไปใช้จริงกับคนไข้ หรือหายไปเฉย ๆ ระบบรายงานจะช่วยเปรียบเทียบระหว่างยอดหัตถการที่ทำจริง กับจำนวนยาที่ถูกตัดออกจากสต็อก ถ้าตัวเลขไม่สัมพันธ์กัน คุณก็สามารถเข้าไปตรวจสอบและอุดรอยรั่วตรงนี้ได้ทันท่วงที ก่อนที่เงินจะจมหายไปมากกว่านี้

นำตัวเลขรายงานมาใช้วางแผนธุรกิจ ไม่ใช่ดูเพื่อความสบายใจ

สุดท้ายแล้ว การที่คุณเปิดดูรายงานยอดขายและต้นทุนทุกวัน ไม่ใช่เพื่อให้รู้แค่ว่าวันนี้ขายดีหรือไม่ดีนะคะ แต่มันคือเครื่องมือในการ "วางกลยุทธ์" ค่ะ เมื่อคุณเห็นสัดส่วนกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของแต่ละบริการอย่างชัดเจน คุณจะรู้ทันทีว่าควรทำอย่างไรต่อไป

  • บริการที่ยอดขายสูง แต่กำไรต่ำมาก : อาจจะต้องพิจารณาปรับราคาขึ้น หรือหาวิธีลดต้นทุนตัวยาลง โดยที่ไม่ลดคุณภาพ

  • บริการที่กำไรสูง แต่คนซื้อน้อย : ต้องหันมาทำการตลาด ออกโปรโมชันผลักดันให้คนไข้หันมาสนใจบริการนี้มากขึ้น เพราะทำสัญญากำไรไว้ดี

  • การบริหารกระแสเงินสด (Cash Flow) : ข้อมูลรายงานจะบอกคุณว่า ช่วงเวลาไหนของเดือนหรือของปีที่คลินิกมีรายได้เข้ามาน้อยที่สุด คุณจะได้เตรียมสำรองเงินสดไว้จ่ายต้นทุนคงที่ได้อย่างถูกต้อง

การทำธุรกิจคลินิกถ้าอยากโตแบบยั่งยืน คุณต้องคุยด้วยตัวเลขค่ะ เลิกเดา เลิกสุ่ม แล้วหันมาใช้ระบบรายงานที่แม่นยำในการขับเคลื่อนธุรกิจจะดีที่สุดค่ะ

บริหารคลินิกอย่างมืออาชีพด้วย JERA Cloud

ถ้าคุณไม่อยากปวดหัวกับการทำรายงานสรุปยอดขายและต้นทุนด้วยตัวเองใน Excel หรือเบื่อกับระบบเก่า ๆ ที่ใช้งานยาก ขอแนะนำ JERA Cloud โปรแกรมบริหารคลินิกอันดับ 1 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อคลินิกความงาม คลินิกเวชกรรม และคลินิกทันตกรรมโดยเฉพาะ

JERA Cloud เป็นระบบทำงานผ่านออนไลน์ 100% บนคลาวด์มาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกของ Google Cloud รองรับการใช้งานจากทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์, โน้ตบุ๊ก หรือ iPad ช่วยให้คุณจัดการคลินิกได้จากทุกที่ทุกเวลา ครบจบในที่เดียวด้วยฟีเจอร์เด่น

  • ระบบรายงานรายรับ-รายจ่ายแบบละเอียด : สรุปยอดขาย ต้นทุน และสถิติคนไข้ได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้คุณเห็นผลกำไรที่แท้จริง

  • ระบบเวชระเบียนออนไลน์ (OPD Online) : บันทึกประวัติการรักษา แยกตามครั้ง พร้อมแนบรูป ก่อน-หลัง ทำหัตถการได้อย่างชัดเจน ปรับแต่งชาร์ตได้ตามใจชอบ

  • ระบบจัดการคอร์ส โปรโมชัน บัตรสมาชิก : ดูแลยอดคอร์สคงเหลือ ระบบสะสมแต้ม แจก Voucher ดึงดูดคนไข้กลับมาใช้บริการซ้ำ

  • ระบบนัดหมายอัตโนมัติ : เชื่อมต่อ LINE OA และ SMS แจ้งเตือนนัดหมายคนไข้ เพื่อลดอัตราการลืมนัดของลูกค้า

  • ความปลอดภัยสูง : มีระบบตรวจสอบสลิปปลอมด้วย Dynamic QR Code และระบบกำหนดสิทธิ์พนักงานรายบุคคล

ไม่ว่าจะเป็นคลินิกเปิดใหม่ หรือคลินิกขนาดใหญ่ที่มีมากกว่า 10 สาขา JERA Cloud ก็พร้อมรองรับและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ทีมงานของคุณมีเวลาดูแลคนไข้ได้มากขึ้น สนใจปรับปรุงระบบคลินิกของคุณให้เป็นระบบอัจฉริยะ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและสมัครใช้งานได้ที่เว็บไซต์โดยตรงที่ JERA Cloud

 
 
 

Comments


JERA Cloud พัฒนาโดยบริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด ที่มีประสบการณ์ด้านการทำระบบบริหารคลินิกมามากว่า 7 ปี
JERA Cloud พัฒนาโดยบริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด ที่มีประสบการณ์ด้านการทำระบบบริหารคลินิกมามากว่า 7 ปี

บริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด

  • contact:LINE
  • contact:Facebook

245/68 ซอยรามคำแหง 112 ถนนรามคำแหง แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

นัด Demo รับสิทธิ์ใช้ฟรี 1 เดือน

*สิทธิพิเศษเฉพาะลงทะเบียนผ่านช่องทางนี้เท่านั้น (เมื่อสมัคร Package รายปีแบบใดก็ได้)

©  2017-2022 LamunpunIT Co., Ltd. All Rights Reserved

bottom of page