โปรแกรมคลินิกราคาเท่าไหร่ และควรเลือกจากอะไร ?
- Rasita Chanratanayothin
- Jul 13
- 2 min read

สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้นเปิดคลินิกใหม่ หรือกำลังบริหารคลินิกอยู่แล้ว แต่ละวันต้องเจอกับสารพัดปัญหาชวนปวดหัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเอกสารเวชระเบียนคนไข้ที่กองโตจนหาไม่เจอ ปัญหานัดหมายซ้ำซ้อน ยอดขายไม่ตรงกับสต็อกยา หรือแม้กระทั่งการตามเคสคนไข้ที่ทำหัตถการไปแล้ว ยอมรับมาซะดี ๆ ว่าแอบถอนหายใจกันไปวันละหลายรอบใช่ไหมคะ ในยุคดิจิทัลแบบนี้ตัวช่วยที่ดีที่สุดที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตการทำงานของพวกเราให้ง่ายขึ้นก็คือ "โปรแกรมบริหารงานคลินิก" นั่นเองค่ะ
แต่พอเริ่มหาข้อมูล ทุกคนก็มักจะเกิดคำถามในใจเหมือน ๆ กันใช่ไหมว่า “แล้วโปรแกรมคลินิกมันราคาเท่าไหร่กันแน่?” และ “มีให้เลือกเยอะขนาดนี้ ควรจะเลือกซื้อจากอะไรดี?” วันนี้เราจะมาเจาะลึกทุกประเด็นแบบหมดเปลือก เพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกโปรแกรมที่คุ้มค่า เงินทุกบาทที่จ่ายไปได้รับผลตอบแทนกลับมาเป็นความราบรื่นและยอดขายที่ปังกว่าเดิมค่ะ ตามมาดูกันเลยนะคะ!
โปรแกรมคลินิกราคาเท่าไร เจาะลึกเรทราคาในตลาด!
เรื่องราคาเป็นสิ่งแรก ๆ ที่ทุกคนให้ความสนใจเป็นพิเศษใช่ไหมคะ ในตลาดปัจจุบัน โปรแกรมบริหารคลินิกมีโมเดลการคิดราคาหลัก ๆ อยู่ 3 รูปแบบ ซึ่งมีข้อดี ข้อเสีย และงบประมาณที่ต้องเตรียมไว้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
โปรแกรมแบบซื้อขาด (On-Premise / One-time License)
โมเดลนี้เป็นรูปแบบดั้งเดิมค่ะ คือเราจ่ายเงินก้อนใหญ่ครั้งเดียวเพื่อซื้อขาดลิขสิทธิ์โปรแกรมมาติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์ของคลินิก เรทราคาในตลาดจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาท ไปจนถึง 150,000+ บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของระบบและฟีเจอร์ค่ะ แม้จะดูเหมือนจ่ายจบในครั้งเดียว แต่ข้อควรระวังคือมักจะมีค่าบริการบำรุงรักษารายปี (MA) เพิ่มเติม และที่สำคัญคือ หากคอมพิวเตอร์ที่คลินิกเสีย ข้อมูลทั้งหมดอาจหายวับไปกับตา หรือถ้าอยากดูข้อมูลตอนอยู่ข้างนอกคลินิกก็ทำไม่ได้เลยค่ะ ยุคนี้จึงไม่ค่อยเป็นที่นิยมแล้วนะคะ
โปรแกรมระบบคลาวด์แบบเช่าใช้ (Cloud-based Subscription)
นี่คือโมเดลยอดนิยมอันดับหนึ่งในปัจจุบันเลยค่ะทุกคน! เป็นการจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือนหรือรายปี ข้อมูลทุกอย่างจะถูกจัดเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ระบบคลาวด์ที่มีความปลอดภัยสูง เรตราคาเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 6,000 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 18,000 – 70,000 บาทต่อปี ข้อดีสุด ๆ ของระบบนี้คือ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมให้ยุ่งยาก สามารถเข้าใช้งานผ่านอุปกรณ์อะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก หรือแม้กระทั่ง iPad จากที่ไหนบนโลกก็ได้ค่ะ แถมตัวระบบยังมีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้ฟรีตลอดเวลาอีกด้วยนะคะ คุ้มค่าและยืดหยุ่นมาก ๆ
โปรแกรมแบบเขียนขึ้นมาใหม่เฉพาะคลินิก (Custom Development)
สำหรับรูปแบบนี้ จะเป็นการจ้างบริษัทซอฟต์แวร์เข้ามาเขียนระบบขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ตรงกับกระบวนการทำงานของคลินิกเราแบบ 100% ส่วนใหญ่จะนิยมในกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนหรือเครือข่ายคลินิกขนาดใหญ่มาก ๆ ที่มีสาขาหลักสิบหลักร้อยสาขาค่ะ งบประมาณจะเริ่มต้นที่หลักหลายแสนบาทไปจนถึงหลักล้านบาทเลยค่ะทุกคน แน่นอนว่าต้องใช้เวลาพัฒนานานและมีค่าดูแลรักษาที่สูงมาก ไม่เหมาะกับคลินิกทั่วไปหรือคลินิกที่เพิ่งเริ่มต้น
ควรเลือกโปรแกรมคลินิกจากอะไร มาดู 6 เช็กลิสต์สำคัญที่ต้องรู้!
เมื่อรู้เรตราคาคร่าว ๆ แล้ว คำถามต่อมาคือเราจะเลือกโปรแกรมไหนดีล่ะ เพราะทุกเจ้าก็บอกว่าตัวเองดีหมดใช่ไหมคะ ทุกคน เรามี 6 หลักเกณฑ์สำคัญมาให้ทุกคนใช้เป็นเช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อ
ความง่ายในการใช้งาน (User-Friendly Experience): โปรแกรมที่ดีต่อให้ฟีเจอร์เยอะแค่ไหน แต่ถ้าหน้าตาใช้งานยาก ซับซ้อน ต้องกดหลายต่อ ทีมงานในคลินิกก็จะไม่อยากใช้ค่ะ โดยเฉพาะคุณหมอและแอดมินหน้าเคาน์เตอร์ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา ดังนั้นควรเลือกโปรแกรมที่ออกแบบมาให้ดูง่าย สะอาดตา และเรียนรู้การใช้งานได้เร็วค่ะ
ฟีเจอร์ที่ตรงจุดตามประเภทของคลินิก: คลินิกแต่ละประเภทมีความต้องการไม่เหมือนกันเลยค่ะทุกคน ตัวอย่างเช่น ถ้าทุกคนทำ คลินิกเสริมความงาม ฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้เลยคือระบบจัดการคอร์ส การตัดจำนวนครั้งที่มาทำ หรืองานบันทึกรูปภาพก่อน-หลังทำ (Before-After) เพื่อเปรียบเทียบผลการรักษา แต่ถ้าเป็น คลินิกทันตกรรม ก็จำเป็นต้องมีระบบชาร์ตฟัน (Dental Chart) และการจัดการงานแลปที่ละเอียด ดังนั้นต้องเลือกโปรแกรมที่เข้าใจธรรมชาติของคลินิกประเภทนั้นๆ ค่ะ
การเชื่อมต่อกับระบบการตลาดและคนไข้ (CRM & LINE OA): ในยุคนี้ การแข่งขันของคลินิกสูงมากค่ะ การรอให้คนไข้เดินเข้ามาเองอย่างเดียวคงไม่พอ โปรแกรมคลินิกที่ดีควรมีระบบ CRM (Customer Relationship Management) ที่สามารถเชื่อมต่อกับ LINE Official Account (LINE OA) ของคลินิกได้ เพื่อให้คนไข้สามารถเช็กตารางนัดหมาย ดูคอร์สคงเหลือ หรือรับโปรโมชั่นเฉพาะบุคคลได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายกลับมาซื้อซ้ำได้อย่างมหาศาลเลยค่ะ
ระบบความปลอดภัยทางการเงินและการป้องกันทุจริต: เจ้าของคลินิกหลายคนไม่ได้เฝ้าร้านตลอดเวลาใช่ไหมคะ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือเรื่องเงินๆ ทองๆ ค่ะ ควรเลือกระบบที่มีการตรวจสอบสลิปโอนเงินปลอมอัตโนมัติ มีระบบ Dynamic QR Code ที่ยอดเงินจะตรงเป๊ะกับใบเสร็จ และสามารถจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลของพนักงานแต่ละคนได้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเงินรั่วไหลค่ะ
ความเสถียรของระบบคลาวด์ 100%: ระบบต้องทำงานออนไลน์ได้ตลอดเวลา ไม่ล่มง่ายๆ สามารถเปิดใช้งานได้จากหลายๆ อุปกรณ์พร้อมกันโดยไม่จำกัดจำนวนเครื่อง เพื่อให้คุณหมอ แอดมิน และผู้บริหาร สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อค่ะ
บริการหลังการขายและทีมซัพพอร์ตที่เป็นมืออาชีพ: ข้อนี้สำคัญมากๆ ค่ะทุกคน! ลองนึกภาพตามนะคะ ถ้าวันดีคืนดีระบบเกิดมีปัญหาใช้งานไม่ได้ในช่วงเวลาที่มีคนไข้นั่งเต็มคลินิก หากไม่มีทีมงานคอยช่วยเหลือทันที คลินิกคงปั่นป่วนแน่ๆ ดังนั้นต้องเลือกแบรนด์ที่มีทีมซัพพอร์ตคอยตอบคำถามและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วผ่านช่องทางไลน์หรือโทรศัพท์ค่ะ
คำแนะนำจากใจ : อย่าเลือกโปรแกรมเพียงเพราะราคาถูกที่สุดนะคะทุกคน แต่ให้เลือกโปรแกรมที่ช่วยประหยัดเวลา ลดความผิดพลาด และช่วยเพิ่มยอดขายได้จริง เพราะนั่นคือความคุ้มค่าในระยะยาวที่แท้จริงค่ะ!

แนะนำตัวช่วยที่ตอบทุกโจทย์คลินิกยุคใหม่กับ JERA Cloud
หากทุกคนกำลังมองหาโปรแกรมบริหารคลินิกที่รวบรวมทุกข้อดีที่กล่าวมาข้างต้นไว้ในที่เดียว ในราคาที่จับต้องได้และคุ้มค่าสุด ๆ เราขอแนะนำ JERA Cloud เลยระบบนี้เป็นโปรแกรมบริหารคลินิกที่ใช้งานง่ายมาก ทำงานบนระบบออนไลน์ 100% ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมให้หนักเครื่อง รองรับการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และ iPad ได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ ฟีเจอร์เด่นของ JERA Cloud ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมคลินิกของทุกคนให้โปรขึ้น มีอะไรบ้างมาดูกันค่ะ
ระบบเวชระเบียนออนไลน์ (OPD Online) : บันทึกประวัติการรักษาของคนไข้ได้อย่างละเอียด แยกตามครั้ง พร้อมฟีเจอร์เด็ดในการแนบรูปภาพก่อน-หลังการรักษา (Before-After) ทำให้ทีมแพทย์ติดตามผลการรักษาได้ในคลิกเดียว คนไข้ประทับใจแน่นอนค่ะ
ระบบนัดหมายและแจ้งเตือนอัตโนมัติ : จัดการตารางแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันตารางซ้ำซ้อน พร้อมระบบส่งข้อความแจ้งเตือนคนไข้ผ่าน LINE / SMS ช่วยลดอัตราการลืมนัดของคนไข้ได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ
ระบบจัดการคอร์ส โปรโมชั่น และบัตรสมาชิก : ตอบโจทย์คลินิกความงามสุดๆ ด้วยระบบตัดยอดคอร์ส สะสมแต้ม และระบบของแถมที่แม่นยำ ไม่ต้องกลัวแอดมินจดมือแล้วงงอีกต่อไปค่ะ
ระบบ CRM เชื่อมต่อ LINE OA เต็มรูปแบบ : ส่วนเสริมสุดล้ำที่ช่วยให้คนไข้ของคลินิกสามารถจองนัด ตรวจสอบคอร์สคงเหลือ ยอดค้างชำระ และแต้มสะสมได้ด้วยตนเองผ่าน LINE OA ของคลินิก เพิ่มความผูกพันและกระตุ้นการกลับมาใช้บริการซ้ำ
ระบบป้องกันสลิปปลอม & Dynamic QR Code : หมดกังวลเรื่องการทุจริตหน้าเคาน์เตอร์ด้วยระบบตรวจสอบสลิปโอนเงินอัจฉริยะ และ Payment Link สำหรับการชำระเงินที่สะดวกปลอดภัย
Dashboard และรายงานแบบ Real-time : เจ้าของคลินิกสามารถดูยอดขายรายวัน รายสัปดาห์ รายจ่าย และสถิติคนไข้รวมถึงประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานได้ในหน้าจอเดียวแบบเรียลไทม์ แม้จะนอนพักผ่อนอยู่บ้านก็บริหารงานได้ค่ะ
ระบบงานแลปครบวงจร & JERA Dent : พิเศษสุดสำหรับคลินิกทันตกรรม มีระบบชาร์ตฟันและฟีเจอร์จัดการงานแลปครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่ส่งงาน ตรวจสถานะ ไปจนถึงการหักค่ามือแพทย์อัตโนมัติ ลดความซ้ำซ้อนได้อย่างยอดเยี่ยมค่ะ

เจาะลึกแพ็กเกจและราคาของ JERA Cloud เลือกแบบไหนที่ใช่!
เพื่อให้ตอบโจทย์คลินิกทุกขนาด JERA Cloud มีแพ็กเกจราคาให้เลือกตามความเหมาะสมของคลินิกทุกคน โดย ทุกแพ็กเกจสามารถเข้าใช้งานได้แบบไม่จำกัดจำนวนเครื่อง และใช้งานได้ทุกอุปกรณ์เลยค่ะ คุ้มค่ามาก ๆ มาเช็กราคากันเลย
แพ็กเกจ Standard
ราคา : 36,000 บาท / ปี
เหมาะสำหรับ : คลินิกเริ่มต้นที่ต้องการระบบจัดการพื้นฐานให้เป็นระเบียบ
ฟีเจอร์เด่น : ลงทะเบียนและเก็บประวัติคนไข้ (OPD), ระบบนัดหมายตารางแพทย์, ออกใบเสร็จและใบรับรองแพทย์, ระบบจัดการคลังยาและสินค้า, รายงานรายรับ-รายจ่ายพื้นฐาน
แพ็กเกจ Elite (ยอดนิยมที่สุด)
ราคา : 54,000 บาท / ปี
เหมาะสำหรับ : คลินิกความงาม หรือคลินิกที่มีการขายคอร์สและทำหัตถการต่อเนื่อง
ฟีเจอร์เด่น : รวมฟีเจอร์ Standard ทั้งหมด + ระบบจัดการคอร์สและโปรโมชั่น, ระบบบัตรสมาชิกและการสะสมแต้ม, ระบบตรวจสอบสลิปปลอมอัตโนมัติ, ฟีเจอร์แนบรูปภาพ ก่อน-หลัง รักษา, ระบบบริหารจัดการพนักงานและคิดค่าคอมมิชชั่น
แพ็กเกจ Ultra
ราคา : 69,000 บาท / ปี
เหมาะสำหรับ : คลินิกขนาดใหญ่ มีหลายสาขา หรือต้องการทำการตลาดอย่างจริงจัง
ฟีเจอร์เด่น : รวมฟีเจอร์ Elite ทั้งหมด + ระบบ CRM เชื่อมต่อ LINE OA เต็มรูปแบบ, ระบบให้คนไข้จองนัดและเช็กคอร์สผ่านไลน์ได้เอง, ระบบจัดการงานแลปและหักค่ามือแพทย์, Dashboard วิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง
โปรโมชันพิเศษสุดห้ามพลาดตอนนี้ JERA Cloud มีข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับคลินิกทุกคนที่สมัครใช้งาน ฟรีค่าธรรมเนียมการรับชำระ (MDR) นานถึง 3 เดือน! คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้วนะคะ แถมเขายังมีทีมซัพพอร์ตที่คอยให้คำปรึกษาและช่วยสอนการใช้งานให้ทีมงานของทุกคนอย่างใกล้ชิด แม้ไม่มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีก็เริ่มต้นได้ง่าย ๆ แน่นอนค่ะ
การเลือกโปรแกรมบริหารคลินิก ไม่ใช่แค่การมองหาซอฟต์แวร์ที่ราคาถูกที่สุดค่ะทุกคน แต่คือการเลือกพันธมิตรระยะยาวที่จะช่วยลดภาระงานหลังบ้าน ทำให้เรามีเวลาไปโฟกัสกับการดูแลคนไข้และการทำการตลาดเพื่อขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่ เงินลงทุนรายปีกับระบบคลาวด์ดี ๆ อย่าง JERA Cloud เมื่อหารเฉลี่ยออกมาเป็นรายวันแล้ว ถือว่าน้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับความสะดวกสบาย ความปลอดภัยทางการเงิน และภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพที่คลินิกจะได้รับกลับคืนมาค่ะ




Comments