สิวไม่มีหัว กดเท่าไหร่ก็ไม่ออก! วิธีรับมือกับ "สิวไต" อย่างถูกวิธี
- Rasita Chanratanayothin
- 4 days ago
- 2 min read

มีใครกำลังเจอปัญหากวนใจแบบนี้อยู่บ้างไหมคะ ? ส่องกระจกทีไรก็เจอเจ้าก้อนนูนๆ แข็งๆ ขึ้นมาบนใบหน้า เจ็บก็เจ็บ คันก็คัน แถมน่ารำคาญใจเป็นที่สุด พอพยายามจะบีบจะเค้นเท่าไหร่ เจ้าสิวตัวดีนี้ก็ไม่มีหัวโผล่ออกมาให้สะใจเลยสักนิด ยิ่งกดยิ่งช้ำ ยิ่งบีบยิ่งบวมแดงจนหน้าพังไปกันใหญ่ และใช่ค่ะ เจ้าสิ่งนี้ที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ มันคือ "สิวไต" หรือสิวไม่มีหัวนั่นเอง
บอกเลยว่าการดูแลผิวที่มีสิวไตเนี่ย เป็นอะไรที่ต้องใช้ความอดทนและต้องการการดูแลที่ถูกวิธีมาก ๆ เลยนะคะ เพราะถ้าเราไปยุ่งกับเขาผิดวิธี จากสิวไตเม็ดเล็ก ๆ อาจจะกลายเป็นอักเสบลุกลามกลายเป็นแผลเป็นหลุมสิวที่รักษาอยากกว่าเดิมหลายเท่า สำหรับใครที่ลองมาทุกวิธีแล้ว ทาทั้งครีม ทั้งเจลแต้มสิวก็ยังไม่ยุบลงไปสักที บางทีอาจจะถึงเวลาที่เราต้องพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญ และมองหาโปรแกรมคลินิกดีๆ ที่ช่วยตอบโจทย์การรักษาอย่างตรงจุดแล้วล่ะค่ะ เพราะในปัจจุบันตามคลินิกผิวหนังเขามีนวัตกรรมและตัวยาเฉพาะทางที่จะช่วยสลายเจ้าสิวไตฝังลึกนี้ให้ยุบได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย โดยที่ไม่ทิ้งรอยดำรอยแดงให้เราช้ำใจภายหลัง
แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจเลือกเดินเข้าคลินิก วันนี้เรามาทำความรู้จักกับเจ้าสิวไตกันให้ดีกว่าเดิมดีกว่าค่ะ ว่าเขาเกิดจากอะไร และเราจะมีวิธีรับมือเบื้องต้นอย่างไรได้บ้าง มาดูกันเลยค่ะ ทุกคน!
"สิวไต" คืออะไร ทำไมถึงไม่มีหัว ?
สิวไต (Nodular Acne / Blind Acne) คือ สิวอุดตันชนิดรุนแรงที่อยู่ลึกลงไปใต้ชั้นผิวหนังค่ะทุกคน ลักษณะของเขาจะเป็นก้อนนูน ๆ แข็ง ๆ เมื่อเอามือไปลูบจะรู้สึกได้ทันทีว่าเป็นไตแข็งอยู่ข้างใน และมักจะไม่มีหัวสิว (หัวหนองหรือหัวดำ) โผล่พ้นขึ้นมาบนชั้นผิวหนังกำพร้าเหมือนสิวทั่ว ๆ ไป
ทำไมมันถึงแข็งเป็นไต ? สาเหตุที่มันแข็งเป็นเพราะเกิดการอุดตันของไขมัน (Sebum) และเซลล์ผิวที่ตายแล้วในระดับที่ลึกมาก ๆ (Deep Dermis) จนเกิดการรวมตัวกันเป็นก้อนแข็ง และเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายพยายามเข้าไปจัดการ ก็จะเกิดกระบวนการอักเสบอยู่ภายในใต้ผิวหนัง ส่งผลให้เรา รู้สึกเจ็บแปลบ ๆ ทุกครั้งที่ไปสัมผัส แต่มองไม่เห็นหัวสิวนั่นเองค่ะ
เจาะลึกสาเหตุอะไรที่ทำให้เกิดสิวไต สามารถเกิดจากอะไรได้บ้าง ?
สิวไตไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ ค่ะ ทุกคน แต่มันมีปัจจัยกระตุ้นหลายอย่างที่ทำงานร่วมกันอยู่ใต้ผิวของเรา และหลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ว่าสาเหตุที่ทำเกิดสิวไตเกิดจากอะไรบ้างเพราะงั้นมาดูกันต่อดีกว่าค่ะ
การผลิตน้ำมันใต้ผิวที่มากเกินไป (Hyperseborrhea)
เมื่อต่อมไขมันใต้ผิวหนังผลิตน้ำมันออกมามากเกินความจำเป็น ทำให้น้ำมันเหล่านั้นไปกระจุกรวมตัวกันอยู่ในรูขุมขน และเมื่อระบายออกไม่ทัน ก็จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสิวฝังลึก
การหนาตัวของเซลล์ผิว (Hyperkeratinization)
โดยปกติผิวของเราจะมีการผลัดเซลล์ผิวทุกๆ 28 วัน แต่ถ้ากระบวนการนี้ทำงานผิดปกติ เซลล์ผิวที่ตายแล้วแทนที่จะหลุดลอกออกไป กลับไปสะสมและอุดตันปิดปากรูขุมขน ขังน้ำมันและสิ่งสกปรกให้อยู่ข้างล่างชั้นผิว
แบคทีเรีย C. acnes (Cutibacterium acnes)
เจ้าแบคทีเรียตัวนี้ชอบกินน้ำมันเป็นอาหารค่ะ พอรูขุมขนของเราอุดตันและเต็มไปด้วยน้ำมัน มันก็จะเจริญเติบโตและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันส่งเม็ดเลือดขาวมาสู้ เกิดเป็นอาการอักเสบ บวม แดง แข็งเป็นไตใต้ผิว
ฮอร์โมนแปรปรวน
ทุกคนเคยสังเกตไหมคะว่า ช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือช่วงที่เครียดมากๆ สิวไตมักจะบุก? นั่นเป็นเพราะฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) พุ่งสูงขึ้น ไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักกว่าปกติ

พฤติกรรมี่เสี่ยงทำให้เกิดสิวไตแบบที่เราอาจไม่รู้ตัว!
พยายามบีบ หรือเค้นสิว : นี่คือข้อห้ามอันดับหนึ่งเลยค่ะ! การบีบสิวไม่มีหัวจะทำให้เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังฉีกขาด แบคทีเรียกระจายตัวลึกขึ้น และทำให้สิวอักเสบลุกลามกว่าเดิม
การล้างหน้าแรงเกินไป : การขัด ถู หรือสครับผิวหน้าแรงๆ เพราะคิดว่าจะช่วยให้สิวหลุด จะยิ่งทำให้ผิวระคายเคืองและอักเสบมากขึ้น
ใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหนาเกินไป : การใช้ครีมบำรุงที่เนื้อหนัก หรือมีสารที่ก่อให้เกิดการอุดตัน (Comedogenic) จะยิ่งไปเติมเชื้อไฟให้สิวไตฝังลึกขึ้น
ความเครียดและการนอนดึก : ทำให้ร่างกายหลั่งสารคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งกระตุ้นการอักเสบของผิวและทำให้สิวไตยุบช้าลง
วิธีรับมือและดูแลรักษา "สิวไต" อย่างถูกวิธีด้วยตัวเอง
ถ้าทุกคนเริ่มมีสิวไตขึ้นมาบนใบหน้า อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ ทุกอย่างสามารถดูแลและรักษาได้ถ้าเรามีวิธีการดูแลที่ถูกต้อง บอกดเลยว่าเราได้รวมวิธีการดูแลตามหลักผิวหนังมาฝากแล้วค่ะ
ขั้นตอนการดูแล | วิธีการ | ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น |
ประคบอุ่น | ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น (ไม่ร้อนจัด) ประคบบริเวณที่เป็นสิว 10 - 15 นาที วันละ 2 - 3 ครั้ง | ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดอาการปวด และช่วยให้หัวสิวอ่อนตัวลง |
ใช้สารกลุ่มผลัดเซลล์ผิว | ทาสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ BHA (Salicylic Acid) หรือ Retinoids บางๆ บริเวณที่เป็นสิว | BHA ละลายในน้ำมันได้ดี จึงสามารถซึมลึกไปละลายสิ่งอุดตันในรูขุมขนได้ |
แต้มยาลดการอักเสบ | เลือกใช้ยาแต้มสิวกลุ่มที่มี Benzoyl Peroxide (BP) เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย | ช่วยลดจำนวนแบคทีเรียใต้ผิว และลดอาการบวมนูนของสิวไต |
เน้นเติมความชุ่มชื้น | ใช้มอยส์เจอราเซอร์เนื้อเจลหรือโลชั่นที่เบาสบายผิว (Oil-Free และ Non-Comedogenic) | ป้องกันไม่ให้ผิวแห้งลอกจากการทายารักษาสิว ซึ่งจะทำให้ผิวระคายเคืองกว่าเดิม |
เมื่อไหร่ที่ควรเดินเข้าคลินิก และโปรแกรมคลินิกช่วยเราได้ยังไง ?
ถ้าทุกคนทำตามวิธีข้างต้นแล้วผ่านไป 2 สัปดาห์ เจ้าสิวไตก็ยังคงนิ่งสนิท แข็งเป๊ก ไม่ยุบ และไม่มีหัวโผล่ออกมา แถมยังปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ขอบอกเลยค่ะว่า อย่าฝืนรักษาเองต่อเลยนะคะ เพราะสิวฝังลึกแบบนี้ต้องการการรักษาที่ตรงจุดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ
การเลือกใช้ โปรแกรมคลินิก ในการดูแลรักษาสิวไต ถือเป็นทางลัดที่ปลอดภัยและเห็นผลไวที่สุด โดยในคลินิกความงามและผิวหนังส่วนใหญ่ จะมีนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับสิวไม่มีหัวโดยเฉพาะ
โปรแกรมการฉีดสิว (Acne Injection)
นี่คือวิธีที่ฮิตที่สุดและเห็นผลไวที่สุดค่ะ แพทย์จะใช้ตัวยาสเตียรอยด์ (Triamcinolone) ในปริมาณที่เจือจางมาก ๆ ฉีดเข้าไปที่ก้อนสิวไตโดยตรง ยาตัวนี้จะเข้าไปหยุดกระบวนการอักเสบใต้ผิวทันที ทำให้สิวไตที่เคยนูนแข็งและปวด ยุบฮวบลงภายใน 24 - 48 ชั่วโมงค่ะ
โปรแกรมเลเซอร์เปิดหัวสิว (CO2 Laser)
ในกรณีที่สิวไตนั้นเป็นอุดตันก้อนใหญ่ฝังลึกจนยาทาซึมไม่ถึง แพทย์อาจใช้เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เจาะรูเล็ก ๆ บนผิวหนังอย่างแม่นยำ เพื่อเปิดทางให้สามารถกดเอาหัวสิวและไขมันที่อุดตันฝังลึกข้างล่างออกมาได้ โดยไม่ทำให้ผิวรอบ ๆ ช้ำเหมือนการกดสิวทั่วไป
โปรแกรมผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี (Chemical Peeling)
เป็นการใช้กรดผลัดเซลล์ผิวระดับแพทย์ผิวหนัง (Medical-grade) เช่น กรดไกลโคลิก (AHA) หรือกรดซาลิไซลิก (BHA) ในความเข้มข้นสูง เพื่อเร่งการหลุดลอกของผิวชั้นบนที่อุดตัน ช่วยให้สิวไตตื้นขึ้นและยุบตัวลงเร็วขึ้น
โปรแกรมฉายแสงบำบัดผิว (LED Light Therapy)
การใช้แสงสีฟ้า (Blue Light) ที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ เจาะจงลงไปทำลายแบคทีเรีย C. acnes ร่วมกับการใช้แสงสีแดง (Red Light) เพื่อลดอาการบวมแดง อักเสบ และช่วยกระตุ้นการสมานแผลของผิวหนัง

ป้ายยาการป้องกัน ไม่ให้ "สิวไต" กลับมาเยือนใบหน้าอีก
การรักษาที่ปลายเหตุอาจช่วยให้สิวเม็ดปัจจุบันยุบลงได้ แต่ถ้าทุกคนอยากโบกมือลาจากสิวไตอย่างถาวร ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันการเกิดใหม่ด้วยนะคะ
รักษาความสะอาดแต่พอดี : ล้างหน้าวันละ 2 ครั้งด้วยโฟมล้างหน้าที่สูตรอ่อนโยน มีค่า pH ที่สมดุลกับผิว (pH 5.5)
เลือกสกินแคร์ให้ถูกทิศทาง : เน้นสกินแคร์ที่ระบุว่า "Non-Comedogenic" (ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน) และหลีกเลี่ยงส่วนผสมของน้ำมันแร่ (Mineral Oil) หรือแอลกอฮอล์เข้มข้นที่ทำให้ผิวแห้งกร้าน
กินอาหารที่ดีต่อผิว : ลดการทานของทอด ของมัน เบเกอรี่ และอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูง (High Glycemic Index) เพราะสิ่งเหล่านี้จะไปกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันค่ะ
ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ : การดื่มน้ำวันละ 8 แก้วและการนอนหลับก่อนเที่ยงคืน จะช่วยให้ฮอร์โมนในร่างกายสมดุล ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของผิวสุขภาพดี
สิวไตอาจจะเป็นปัญหาที่ดูรับมือยากและต้องใช้เวลาในการดูแล แต่เชื่อเถอะค่ะทุกคน ถ้าเราเข้าใจสาเหตุ ไม่ไปบีบไปเค้นให้ผิวอักเสบเพิ่ม และเลือกใช้วิธีรักษาที่ถูกต้องควบคู่ไปกับการเข้า โปรแกรมคลินิก ที่ได้มาตรฐานและดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผิวหน้าเรียบเนียน ไร้สะดุด ขาวกระจ่างใสที่ทุกคนปรารถนา ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน




Comments