เหตุผลที่ระบบ CRM คลินิก ช่วยดึงลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำได้!
- Rasita Chanratanayothin
- Jul 13
- 2 min read

ในยุคที่ธุรกิจคลินิกความงาม เวชกรรม และศัลยกรรมตกแต่ง เติบโตขึ้นเป็นดอกเห็ดอย่างในปัจจุบันนี้ ทุกคนคงปฏิเสธไม่ได้ใช่ไหมคะ ว่าค่าการตลาดในการยิงโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เพื่อค้นหาลูกค้าใหม่ (New Customer Acquisition Cost) นั้นพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละปี จนบางครั้งงบประมาณที่จ่ายไปแทบจะกลืนกินกำไรจนหมด สิ่งที่หลาย ๆ คลินิกอาจจะมองข้ามไป หรืออาจจะยังให้ความสำคัญไม่มากพอ ก็คือกลุ่มลูกค้าเก่าที่เคยเข้ามาใช้บริการในคลินิกของเราแล้วอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
กลุ่มลูกค้าเก่านี่แหละค่ะที่เป็นขุมทรัพย์ที่แท้จริงของธุรกิจ เพราะพวกเขามีต้นทุนในการทำการตลาดที่ต่ำกว่าการหาลูกค้าใหม่ถึง 5 - 25 เท่า ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังมีความเชื่อใจในฝีมือหมอ มีความคุ้นเคยกับสถานที่ และรู้จักแบรนด์ของเราอยู่แล้วในระดับหนึ่ง การจะกระตุ้นให้เกิดยอดขายจากกลุ่มนี้จึงทำได้ง่ายกว่ามาก
แต่คำถามสำคัญคือ เราจะทำอย่างไรให้พวกเขากลับมาใช้บริการซ้ำอย่างต่อเนื่อง ไม่ปันใจไปให้คลินิกคู่แข่งที่คอยอัดโปรโมชันตัดราคา คำตอบไม่ได้อยู่ที่การกระหน่ำลดราคาแบบหว่านแหอีกต่อไปค่ะ แต่อยู่ที่การบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีกลยุทธ์ผ่านระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนามของระบบ CRM (Customer Relationship Management) วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันทีละประเด็นแบบละเอียด เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า เพราะอะไรระบบ CRM สำหรับคลินิก ถึงเป็นอาวุธลับชิ้นสำคัญที่ช่วยดึงลูกค้าเก่าให้กลับมาซื้อซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนกันค่ะ
ความจำของมนุษย์มีขีดจำกัด แต่ระบบ CRM ไม่เคยลืม (Super Personalization)
ลองจินตนาการดูนะคะเวลาที่ทุกคนเดินเข้าไปในร้านกาแฟประจำ แล้วพนักงานสามารถจำชื่อเราได้ ทักทายด้วยรอยยิ้ม แถมยังจำได้ว่าเราชอบดื่มอเมริกาโน่เย็นไม่ใส่น้ำเชื่อม ความรู้สึกแรกที่จะเกิดขึ้นทันทีคือ “ความประทับใจ” และ “ความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ”
ในธุรกิจคลินิกความงามก็เช่นเดียวกันค่ะ ลูกค้าไม่ได้ต้องการแค่การมารักษาอาการทางผิวหนังหรือฉีดหน้าให้จบ ๆ ไป แต่พวกเขาต้องการประสบการณ์การดูแลที่ใส่ใจเป็นพิเศษ ซึ่งแอดมินหรือพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ไม่มีทางจำรายละเอียดของคนไข้หลักร้อยหลักพันคนได้ทั้งหมดด้วยสมองเปล่า ๆ ยิ่งถ้ามีการเปลี่ยนพนักงานบ่อย ๆ ข้อมูลเหล่านั้นก็แทบจะสูญหายไปเลย
นี่คือจุดที่ระบบ CRM คลินิกเข้ามามีบทบาทสำคัญค่ะ ระบบจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลทุกอย่างอย่างเป็นระบบและปลอดภัย ตั้งแต่ประวัติการรักษา (Electronic OPD Card) สภาพผิวดั้งเดิม ปัญหาความกังวลหลัก โรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา สารเคมีที่ต้องระวัง รูปภาพเปรียบเทียบก่อน-หลังทำ (Before-After) ไปจนถึงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างระดับความทนเจ็บของคนไข้ หรือคุณหมอท่านโปรดที่เขาชอบล็อกคิวไว้
เมื่อลูกค้าเก่าทักแชทกลับมา หรือเดินเข้ามาที่หน้าเคาน์เตอร์พนักงาน แอดมินและคุณหมอสามารถเปิดดูประวัติทั้งหมดได้ทันทีภายในไม่กี่วินาที ทำให้ทุกคนสามารถทักทายและให้คำแนะนำได้อย่างตรงจุดและเป็นมืออาชีพ เช่น “สวัสดีค่ะคุณกนกวรรณ วันนี้ครบรอบ 3 เดือนหลังจากที่ฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยรอบดวงตากับคุณหมอนัทครั้งก่อนแล้วนะคะ เป็นอย่างไรบ้างคะ ผลลัพธ์รอบที่แล้วชอบไหมคะ วันนี้คุณหมอนัทเข้าล็อกคิวช่วงบ่ายสองพอดี คุณกนกวรรณสะดวกเข้ามาเติมเลยไหมคะ” การทักทายด้วยข้อมูลที่แม่นยำและแสดงถึงความใส่ใจระดับนี้ จะสร้างความแตกต่างอย่างเหนือชั้นจากคลินิกทั่วไปที่ต้องคอยถามข้อมูลใหม่ทุกครั้ง และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลูกค้าประทับใจจนตัดสินใจกลับมาใช้บริการซ้ำอย่างง่ายดายค่ะ
ส่งโปรโมชันได้ตรงใจ ไม่สร้างความรำคาญ (Targeted Marketing & Automation)
ทุกคนเคยเจอไหมคะ เวลาที่เรากดติดตาม LINE OA ของแบรนด์หรือคลินิกต่าง ๆ แล้วโดนข้อความบรอดแคสต์ (Broadcast) ยิงโฆษณาขายของส่งมาแทบจะทุกวัน วันละ 3 - 4 รอบ แถมเนื้อหาเหล่านั้นยังเป็นโปรโมชั่นที่เราไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย เช่น เราพึ่งจะซื้อคอร์สเลเซอร์ขนรักแร้แบบรายปีไปเมื่อเดือนที่แล้ว แต่คลินิกก็ยังส่งโปรโมชั่นลดราคาเลเซอร์ขนรักแร้แบบเดิมมาให้อีก หรือคนไข้เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่เข้ามาขูดหินปูนและรักษาสิว แต่คลินิกกลับส่งโปรโมชั่นดึงหน้ายกกระชับสำหรับผู้มีอายุหลักห้าสิบไปให้ สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่เปลืองค่าบรอดแคสต์ของคลินิกโดยใช่เหตุ แต่ยังสร้างความรำคาญใจจนทำให้ลูกค้ากด “บล็อก” ช่องทางการติดต่อของคลินิกไปในที่สุด ซึ่งเท่ากับว่าเราเสียโอกาสในการสื่อสารกับลูกค้าคนนั้นไปตลอดกาล
แต่ถ้าคลินิกของทุกคนมีระบบ CRM ปัญหากวนใจเหล่านี้จะหมดไปทันทีค่ะ เพราะระบบจะมีเครื่องมือที่เรียกว่า Customer Segmentation หรือการแบ่งกลุ่มจัดหมวดหมู่ลูกค้าตามพฤติกรรมการซื้อ ยอดใช้จ่าย ประเภทบริการที่เคยทำ หรือแม้กระทั่งช่วงอายุ ทำให้ทุกคนสามารถจัดแคมเปญการตลาดและส่งข้อความโปรโมชั่นเฉพาะเจาะจงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงได้อย่างแม่นยำ ลองดูตัวอย่างการแบ่งกลุ่มเพื่อดึงลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำกันหน่อยดีกว่า
กลุ่มลูกค้า Filler & Botox (กลุ่มหัตถการที่อยู่ได้ชั่วคราว)
ตั้งค่าระบบให้คัดกรองรายชื่อลูกค้าที่เคยฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์เมื่อ 5 - 6 เดือนก่อน ซึ่งเป็นช่วงที่ตัวยาเริ่มหมดฤทธิ์ จากนั้นส่งข้อความแจ้งเตือนความห่วงใยส่วนบุคคล พร้อมมอบสิทธิ์ราคาพิเศษสำหรับลูกค้าเก่าในการเข้ามาเติมแต่งให้คงความสวยต่อเนื่อง
กลุ่มลูกค้าคอร์สค้าง (Sleeping Customers)
คัดกรองรายชื่อลูกค้าที่เคยซื้อคอร์สเลเซอร์หน้าใสหรือทรีทเม้นท์ไว้ 10 ครั้ง แต่มาทำไปแค่ 2 ครั้งแล้วขาดการติดต่อไประยะหนึ่ง (เกิน 2 - 3 เดือน) แทนที่จะปล่อยให้คอร์สหมดอายุไปเฉย ๆ ซึ่งทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกไม่คุ้มค่าในภายหลัง ระบบ CRM จะช่วยเตือนให้แอดมินส่งข้อความไปนัดหมายสิทธิ์คอร์สคงเหลือ เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดตามแผนการรักษาของคุณหมอ
กลุ่มลูกค้า High Value (VIP)
คัดกรองลูกค้าที่มียอดใช้จ่ายสะสมสูงสุด 10% แรกของคลินิก เพื่อส่งคำเชิญเข้ารับบริการเปิดตัวเครื่องเลเซอร์นวัตกรรมใหม่ฟรี หรือมอบของขวัญพิเศษในเดือนเกิด
การตลาดแบบรู้ใจ (Right Message, Right Time, Right Person) แบบนี้ นอกจากจะไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกรำคาญแล้ว ยังช่วยเพิ่มอัตราการเปิดอ่าน (Open Rate) และกระตุ้นให้เกิดยอดขายจากการกลับมาซื้อซ้ำได้อย่างถล่มทลาย โดยที่คลินิกไม่ต้องเสียเงินหว่านงบโฆษณาไปกับคนที่ไม่ใช่เลยค่ะ

ระบบติดตามอัจฉริยะ (Follow-up System) เยียวยาความกังวลหลังทำหัตถการ
หัวใจสำคัญของการบริการในธุรกิจคลินิกความงาม ไม่ใช่จบลงแค่ตอนที่พนักงานรูดบัตรเครดิตเก็บเงิน หรือตอนที่ลูกค้านั่งอยู่บนเตียงคนไข้แล้วเดินออกจากประตูคลินิกไปนะคะ แต่มันคือ “After-sales Service” หรือการดูแลหลังการบริการที่แท้จริง ลูกค้าที่พึ่งเคยทำหัตถการหลาย ๆ คน มักจะเกิดความวิตกกังวลใจหลังจากกลับบ้านไป เช่น อาการบวมแดงหลังเลเซอร์ผิวหน้า, อาการตึงขยับยากหลังฉีดโบ, หรือรอยเขียวช้ำจากรอยเข็มหลังจากฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ซึ่งถ้าพวกเขาไม่ได้รับการอธิบายหรือดูแลอย่างทันท่วงที ความกังวลใจนี้อาจเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจ และนำไปสู่การรีวิวในเชิงลบได้
ระบบ CRM คลินิกที่ดี จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยฟีเจอร์การตั้งค่าแจ้งเตือนเพื่อให้ทีมแอดมินหรือพยาบาลประจำคลินิกทำการ Follow-up ติดตามอาการของคนไข้แต่ละรายได้อย่างเป็นระบบตามประเภทหัตถการที่ทำไป เช่น
หลังทำหัตถการ 1 วัน : ระบบแจ้งเตือนให้ส่งคำแนะนำการดูแลตัวเอง ปฏิบัติตัวอย่างไร ประคบเย็นตรงไหน พร้อมถามไถ่อาการเบื้องต้น
หลังทำหัตถการ 7 วัน : ระบบแจ้งเตือนให้ติดตามผลลัพธ์ว่าอาการบวมช้ำยุบลงหรือยัง มีข้อสงสัยเพิ่มเติมหรือไม่
หลังทำหัตถการ 14 วัน : ระบบแจ้งเตือนให้ติดตามผลลัพธ์สุดท้าย พร้อมแนบลิงก์ให้ลูกค้าช่วยประเมินความพึงพอใจ หรือนัดหมายเข้ามาให้คุณหมอตรวจเช็คความเรียบร้อย (Follow-up Appointment)
การที่คลินิกใส่ใจและทักไปถามไถ่อาการก่อนที่ลูกค้าจะเกิดความกังวลแล้วทักมาถามเอง มันสร้างความมั่นใจ ความอบอุ่นใจ และความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นในใจลูกค้าอย่างมหาศาลค่ะ เมื่อพวกเขารู้สึกปลอดภัย ได้รับการดูแลเหมือนเป็นคนในครอบครัว แน่นอนว่าหากมีแผนจะทำสวยหรือดูแลผิวพรรณครั้งต่อไป ชื่อคลินิกของทุกคนจะเป็นชื่อแรกและชื่อเดียวที่ขึ้นมาในหัวของพวกเขา โดยไม่ต้องเสียเวลาไปเปรียบเทียบกับคลินิกอื่นเลยค่ะ
ระบบสะสมแต้มและบัตรสมาชิก (Membership & Loyalty Program) ล็อกใจไม่ให้ไปไหน
อีกหนึ่งกลยุทธ์ทางจิตวิทยาที่ใช้ได้ผลดีเยี่ยมเสมอในโลกธุรกิจคือ “ความเสียดาย” ค่ะ การที่ระบบ CRM สามารถสร้างระบบบัตรสมาชิกออนไลน์ (Digital Membership) หรือระบบสะสมแต้ม (Loyalty Points) ที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลการใช้จ่ายของลูกค้าได้โดยตรงโดยไม่ต้องพกบัตรกระดาษให้รกกระเป๋า จะเป็นตัวกระตุ้นและแรงจูงใจชั้นดีที่ทำให้ลูกค้าเก่าไม่อยากเปลี่ยนใจไปใช้บริการที่อื่น
ทุกคนลองคิดตามนะคะ ถ้าลูกค้าคนหนึ่งมีแต้มสะสมอยู่ในคลินิกของเราอยู่แล้ว 5,000 แต้ม ซึ่งแต้มเหล่านี้สามารถนำไปแลกเป็นส่วนลดเงินสด 500 บาท หรือเปลี่ยนเป็นบริการดริปวิตามินผิวใสฟรีได้ในการมาใช้บริการครั้งหน้า โอกาสที่พวกเขาจะปันใจไปลองคลินิกเปิดใหม่ที่มีโปรโมชั่นใกล้เคียงกันก็จะลดลงทันที เพราะพวกเขารู้สึกว่า “ถ้าไปเริ่มต้นใหม่ที่อื่น จะต้องเสียสิทธิ์และเสียแต้มที่อุตส่าห์สะสมไว้ที่นี่ไปอย่างน่าเสียดาย”
นอกจากนี้ ระบบ CRM ยังสามารถแบ่งระดับขั้นของสมาชิก (Tiering System) เพื่อสร้างความรู้สึกเหนือระดับได้อีกด้วยค่ะ เช่น แบ่งเป็น Silver, Gold, และ Platinum โดยกำหนดเงื่อนไขว่าหากมียอดใช้จ่ายสะสมครบตามที่กำหนด จะได้รับสิทธิประโยชน์ที่พิเศษยิ่งขึ้น เช่น สิทธิ์การจองคิวคุณหมอท่านติดต่อยากก่อนใคร, ห้องพักผ่อนส่วนตัว VIP, หรือบริการทรีทเม้นท์ฟรีในเดือนเกิด สิ่งนี้เป็นการสร้างคุณค่า (Value) ให้กับตัวลูกค้า ทำให้พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รับสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าคนอื่น และพร้อมที่จะฝากความงามรวมถึงงบประมาณในกระเป๋าไว้กับคลินิกของเราในระยะยาว กลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่ช่วยบอกต่อ (Word of Mouth) ชวนเพื่อนและคนในครอบครัวมาสมัครบริการเพิ่มให้อีกด้วยค่ะ
ลดรอยต่อในการสื่อสารด้วยข้อมูลที่เชื่อมถึงกัน (Omnichannel Experience) แอดมินทำงานง่าย ลูกค้าไม่หงุดหงิด
ปัญหาคลาสสิกที่สร้างความน่าปวดหัวให้กับเจ้าของคลินิกและสร้างความหงุดหงิดให้กับลูกค้ามากที่สุดคือ การที่ข้อมูลการสื่อสาร “กระจัดกระจาย” และไม่เชื่อมต่อกันค่ะ ตัวอย่างเช่น ลูกค้าทักเข้ามาสอบถามโปรโมชั่นใน Facebook Page ตอนเช้า พอตอนบ่ายทักเข้ามาใน LINE OA เพื่อคอนเฟิร์มวันนัดหมาย แต่แอดมินที่สลับเวรกันมาตอบกลับจำไม่ได้ว่าเป็นคนเดียวกัน หรือแย่ไปกว่านั้นคือต้องให้ลูกค้าส่งภาพหน้าจอที่เคยคุยกับแอดมินคนก่อนหน้ามาประจาน หรือต้องให้เล่าเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ว่านัดวันไหนไว้ คุยราคาไหนไว้ ความล่าช้า ระบบที่สะดุด และความไม่เป็นมืออาชีพแบบนี้ มักทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกเหนื่อยหน่ายและเปลี่ยนใจยกเลิกนัดหมายไปกลางคัน
การนำระบบ CRM เข้ามาเชื่อมต่อการทำงาน จะช่วยรวบรวมทุกช่องทางการติดต่อ (แชทจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ) เข้ามาไว้ในหน้าต่างโปรแกรมเดียวกัน (Single Inbox) พร้อมทั้งผูกโปรไฟล์แชทเหล่านั้นเข้ากับฐานข้อมูลประวัติคนไข้ในระบบคลินิกโดยตรง
ดังนั้น ไม่ว่าลูกค้าจะทักมาจากช่องทางไหน หรือใครจะเป็นคนสแตนด์บายตอบแชท แอดมินทุกคนในทีมจะเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน ประวัติการสนทนาย้อนหลังทั้งหมด รวมถึงสถานะนัดหมายล่าสุดได้ทันทีโดยไม่ต้องสลับแอปพลิเคชันไปมา การบริการจึงลื่นไหล ไร้รอยต่อ ตอบคำถามได้รวดเร็วทันใจ และสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ (Seamless Experience) ให้กับลูกค้าตั้งแต่ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเท้าเข้ามาในคลินิกเสียด้วยซ้ำค่ะ เมื่อระบบหลังบ้านแน่น การบริการหน้าบ้านก็ย่อมไร้ที่ติค่ะ
การดึงลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำ ไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย ไม่ใช่เรื่องของการนั่งรอให้ลูกค้าเดินกลับมาเอง และไม่ใช่เรื่องของการอัดโปรโมชั่นลดแลกแจกแถมจนคลินิกขาดทุนจนแทบไม่อยู่รอดค่ะ แต่มันคือเรื่องของ “การบริหารจัดการข้อมูลและการส่งมอบบริการที่เหนือความคาดหมายอย่างมีระบบ” ระบบ CRM สำหรับคลินิกจึงไม่ใช่ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหรือเรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นเงินลงทุนที่คุ้มค่าและจำเป็นที่สุดในการสร้างรากฐานธุรกิจคลินิกความงามให้เติบโตอย่างมั่นคง มีกระแสเงินสดหมุนเวียนต่อเนื่อง และสร้างฐานลูกค้าที่จงรักภักดี (Loyal Customers) ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างคลินิกของทุกคนในระยะยาวนั่นเองค่ะ
ยกระดับการบริหารคลินิกสู่ยุคใหม่อย่างมืออาชีพด้วย JERA Cloud
สำหรับทุกคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจคลินิกความงาม หมอความงาม หรือผู้บริหารที่กำลังมองหาตัวช่วยอัจฉริยะที่จะเข้ามาจัดการระบบ CRM และบริหารจัดการคลินิกให้เป็นเรื่องง่าย สะดวก และครบวงจรในที่เดียว ขอแนะนำ JERA Cloud โปรแกรมบริหารคลินิก อันดับ 1 ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจคลินิกความงามและเวชกรรมโดยเฉพาะ! การันตีด้วยความไว้วางใจจากคลินิกชั้นนำมากมาย ตัวระบบใช้งานง่ายสุด ๆ หน้าตาเป็นมิตร และรองรับการทำงานแบบ Real-time บนทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน
ฟีเจอร์เด่นของ JERA Cloud ที่จะช่วยพลิกโฉมคลินิกให้ทำงานได้ง่ายขึ้น
ระบบบันทึกและค้นหา OPD ออนไลน์ & คอร์สการรักษา : บอกลาแฟ้มกระดาษที่หนาเตอะและค้นหายาก ด้วยระบบเก็บข้อมูลประวัติคนไข้ดิจิทัล ค้นหาปุ๊บเจอขายปั๊บ พร้อมระบบชาร์ตหน้าบันทึกจุดฉีด/จุดทำเลเซอร์อย่างละเอียด และระบบตัดคอร์สการรักษาอัจฉริยะ ป้องกันความผิดพลาด
JERA CRM เชื่อมต่อ LINE OA ง่าย ๆ (Extension ยอดฮิต) : ส่วนเสริมทรงพลังที่จะเชื่อมโยงข้อมูลของโปรแกรมคลินิก JERA Cloud เข้ากับ LINE Official Account ของแบรนด์คุณโดยตรง ช่วยยกระดับภาพลักษณ์สู่ Smart Clinic ทันสมัย โดยคนไข้สามารถกดเช็คข้อมูลของตัวเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็น ประวัติการรักษา, จำนวนคอร์สคงเหลือ, ยอดค้างจ่าย และที่สำคัญคือสามารถ “กดจองคิวนัดหมายได้เองผ่าน LINE” พร้อมระบบส่งข้อความแจ้งเตือนนัดหมายและโปรโมชั่นพิเศษตรงถึงมือถือคนไข้ ช่วยลดภาระงานของทีมแอดมินลงได้มากกว่าครึ่ง!
JERA CHAT รวมแชททุกแพลตฟอร์มไว้ในที่เดียว : หมดปัญหาแอดมินตอบแชทไม่ทันหรือสลับแอปจนงง JERA Chat ช่วยรวมแชทจาก LINE OA, Facebook Messenger และ Instagram ไว้ในหน้าจอเดียว พร้อมเชื่อมต่อโปรไฟล์ลูกค้าในโซเชียลเข้ากับฐานข้อมูลคนไข้ในระบบ JERA ทันที ช่วยให้ทำงานเป็นทีมได้อย่างไร้รอยต่อ
ระบบสต๊อกสินค้าและยามืออาชีพ : ควบคุมและติดตามคลังยาตัดสต๊อกตามจริงหลังทำหัตถการ ป้องกันปัญหายาขาดหรือยาหมดอายุ
ระบบบัตรสมาชิก บัตรกำนัลออนไลน์ (E-Voucher) & Dashboard รายงาน : วิเคราะห์ยอดขาย รายงานการรักษา และประสิทธิภาพโฆษณาได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้ทุกคนนำไปวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจได้อย่างถูกต้อง
อย่าปล่อยให้ลูกค้าเก่าที่สร้างรายได้มหาศาลหลุดมือไปค่ะ ให้ JERA Cloud เป็นคู่คิดในการดูแลคนไข้และบริหารร้านของคุณ พิเศษสุด ๆ สำหรับทุกคนที่ลงทะเบียนผ่านหน้าเว็บไซต์วันนี้! สามารถนัดหมายรับชม Demo ระบบจริง พร้อมรับสิทธิ์ทดลองใช้งานฟรี 1 เดือนเต็ม! (เมื่อสมัคร Package รายปีแบบใดก็ได้)




Comments