top of page
Search

ชวนดูการขอ "ใบอนุญาตเปิดคลินิก" อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง!

Writer: Rasita Chanratanayothin
Rasita Chanratanayothin
Aug 9
2 min read

ใครที่เป็นคุณหมอ บุคลากรทางการแพทย์ หรือผู้ประกอบการที่กำลังมีความฝันอยากจะเปิดคลินิกเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นคลินิกเวชกรรมทั่วไป คลินิกความงาม คลินิกทันตกรรม คลินิกกายภาพบำบัด หรือคลินิกแพทย์แผนไทย วันนี้เราจะมาเจาะลึกขั้นตอนการขอ "ใบอนุญาตเปิดคลินิก" แบบละเอียดครบถ้วนทุกขั้นตอนกันค่ะ

การเปิดสถานพยาบาลหรือคลินิกในประเทศไทยนั้น มีกฎหมายและข้อบังคับที่ค่อนข้างเข้มงวด เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความปลอดภัยของชีวิตผู้ป่วยโดยตรง หากเราเตรียมตัวไม่ดี เอกสารไม่ครบ หรือออกแบบสถานที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เสียทั้งเวลาและงบประมาณโดยไม่จำเป็น

วันนี้เราเลยรวบรวมข้อมูลทุกแง่มุม ตั้งแต่กฎหมายที่ต้องรู้ เอกสารที่ต้องเตรียม มาตรฐานสถานที่ ขั้นตอนการยื่นขอ จนถึงข้อควรระวังต่าง ๆ มาฝากทุกคนแบบครบถ้วนสำหรับใครอยากเป็นเจ้าของธุรกิจจะได้รู้ว่าต้องทำยังไงบ้าง

กฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแลที่ทุกคนต้องรู้จัก

ก่อนที่เราจะเริ่มลงมือทำอะไรก็ตาม สิ่งแรกที่ทุกคนต้องทำความเข้าใจคือโครงสร้างทางกฎหมายและหน่วยงานที่มีอำนาจอนุมัติค่ะ

1. กฎหมายหลักที่เกี่ยวข้อง : การเปิดคลินิกอยู่ภายใต้บังคับของ พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง กฎหมายฉบับนี้กำหนดไว้ชัดเจนว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดจัดตั้งหรือดำเนินกิจการสถานพยาบาล เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต” หากฝ่าฝืนเปิดคลินิกโดยไม่มีใบอนุญาต จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับเลยนะคะทุกคน

2. หน่วยงานรับผิดชอบตามพื้นที่ : เวลาทุกคนจะไปยื่นเรื่อง ต้องดูว่าสถานที่ตั้งของคลินิกเราอยู่ในพื้นที่ไหน

  • กรุงเทพมหานคร : ยื่นขออนุญาตได้ที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข

  • ต่างจังหวัด : ยื่นขออนุญาตได้ที่ กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในจังหวัดที่คลินิกตั้งอยู่ค่ะ

1. ใบอนุญาตให้จัดตั้งสถานพยาบาล (ส.พ.7)

  • คืออะไร : ใบอนุญาตที่อนุมัติให้ “สถานที่” นั้นๆ สามารถเปิดเป็นสถานพยาบาลได้

  • ใครเป็นผู้ขอ : ผู้ขอจัดตั้ง (อาจเป็นบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล/บริษัท ก็ได้ค่ะ) ไม่จำเป็นต้องเป็นแพทย์เสมอไป นักลงทุนทั่วไปก็สามารถเป็นผู้ขอจัดตั้งได้ค่ะ

2. ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (ส.พ.11)

  • คืออะไร : ใบอนุญาตที่อนุมัติให้ “บุคคล” ทำหน้าที่ดูแล ควบคุม และบริหารจัดการการให้บริการทางการแพทย์ภายในคลินิกนั้นๆ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน

  • ใครเป็นผู้ขอ : ต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ (เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล กายภาพบำบัด) ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือประกอบโรคศิลปะที่ยังไม่หมดอายุ และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดค่ะ

เกณฑ์มาตรฐานสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก

เจ้าหน้าที่ สบส. หรือ สสจ. จะเข้ามาตรวจประเมินสถานที่จริงอย่างละเอียด ดังนั้นการออกแบบแปลนคลินิกตั้งแต่แรกจึงสำคัญมากค่ะทุกคน มาดูกันค่ะว่าเกณฑ์พื้นฐานมีอะไรบ้าง

1. ทำเลที่ตั้งและตัวอาคาร

  • อาคารต้องมีความมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

  • มีทางเข้า - ออกที่สะดวก ชัดเจน ไม่กีดขวางการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

  • มีป้ายชื่อคลินิกที่ระบุประเภทและชื่อคลินิกชัดเจน ตามขนาด สี และรูปแบบที่กฎหมายกำหนด (เช่น คลินิกเวชกรรมใช้ป้ายสีขาว ตัวอักษรสีน้ำเงิน)

2. การจัดสัดส่วนพื้นที่ภายในคลินิก

คลินิกต้องมีการแบ่งพื้นที่ใช้งานอย่างเป็นสัดส่วน และไม่ปะปนกับพื้นที่อยู่อาศัยส่วนตัวนะคะทุกคน โดยพื้นที่สัดส่วนพื้นฐานต้องประกอบด้วย:

  • พื้นที่พักคอย/จุดต้อนรับ (Waiting Area) : สำหรับคนไข้นั่งรอ มีที่นั่งเพียงพอ

  • ห้องตรวจโรค (Consulting Room): เป็นห้องที่เป็นสัดส่วน มิดชิด มีความเป็ส่วนตัว สะอาด และมีแสงสว่างเพียงพอ

  • ห้องหัตถการ / ห้องรักษา (Procedure Room) : สำหรับทำหัตถการหรือการรักษาเฉพาะทาง มีพื้นที่กว้างขวางพอที่จะปฏิบัติงานได้สะดวก

  • ห้องจ่ายยาและเวชภัณฑ์ : มีตู้เก็บยาที่มิดชิด ปลอดภัย และมีการควบคุมอุณหภูมิสำหรับยาที่ต้องแช่เย็น

  • พื้นที่จัดเก็บเวชระเบียน : มีตู้หรือระบบจัดเก็บประวัติคนไข้ที่ปลอดภัยและเป็นลับ

  • ห้องน้ำ : มีสะอาด ถูกสุขลักษณะ แยกเป็นสัดส่วนสำหรับผู้รับบริการ

3. ระบบสุขาภิบาลและความปลอดภัย

  • อ่างล้างมือ : ภายในห้องตรวจและห้องหัตถการ ต้องมีอ่างล้างมือพร้อมสบู่ก้อนหรือสบู่เหลว โดยระบบเปิด-ปิดน้ำควรเป็นแบบใช้ข้อศอก ใช้เท้าเหยียบ หรือระบบเซนเซอร์ (ไม่ใช้มือสัมผัสโดยตรง)

  • การจัดการขยะติดเชื้อ : ต้องมีถังขยะติดเชื้อ (สีแดง) แยกจากขยะทั่วไปอย่างชัดเจน และต้องมี สัญญาจ้างบริษัทรับกำจัดขยะติดเชื้อ ที่ได้รับอนุญาตจากเทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วยนะคะ

  • ระบบช่วยชีวิตฉุกเฉิน : มีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ยาฉุกเฉิน และถังซ่อมบำรุงดับเพลิงติดตั้งในจุดที่มองเห็นง่าย

เอกสารที่ทุกคนต้องเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นขอ

การเตรียมเอกสารให้ถูกต้องและครบถ้วนตั้งแต่รอบแรก จะช่วยลดเวลาในการขออนุมัติได้อย่างมากเลยค่ะทุกคน เอกสารสำคัญจะแบ่งเป็น 2 ชุดหลัก ๆ ดังนี้ค่ะ

ชุดที่ 1 : เอกสารของผู้ขอจัดตั้ง (ผู้รับใบอนุญาต)

  1. คำขออนุญาตให้จัดตั้งสถานพยาบาล (แบบ ส.พ.1)

  2. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ขออนุญาต

  3. กรณีเป็นนิติบุคคล

    • หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (อายุไม่เกิน 3 เดือน)

    • สำเนาบัตรประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคล

    • ข้อบังคับหรือวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลที่ระบุเกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล

  4. เอกสารแสดงสิทธิการใช้อาคารสถานที่

    • สำเนาโฉนดที่ดิน หรือสัญญาเช่าอาคารสถานที่ (พร้อมหนังสือยินยอมให้ใช้อาคาร)

    • สำเนาทะเบียนบ้านของสถานที่ตั้งคลินิก

  5. แปลนผังพื้นที่ใช้งานภายในคลินิก (Floor Plan) : แสดงสัดส่วนห้องต่างๆ พร้อมระบุขนาดความกว้าง-ยาว-สูง เป็นเมตรอย่างชัดเจน

  6. แผนที่แสดงที่ตั้งของคลินิก พร้อมรูปถ่ายภายนอกและภายในอาคาร

ชุดที่ 2 : เอกสารของผู้ดำเนินการสถานพยาบาล (แพทย์ประจำคลินิก)

  1. คำขออนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (แบบ ส.พ.5)

  2. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน

  3. สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ / ใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ (ที่ยังไม่หมดอายุ)

  4. ใบรับรองแพทย์ของผู้ดำเนินการ (ออกไม่เกิน 1 เดือน)

  5. หนังสือยินยอมเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล

  6. รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)

  7. ตารางเวลาการทำงานของผู้ดำเนินการสถานพยาบาล

5 ขั้นตอนการยื่นขอใบอนุญาตเปิดคลินิก

ก่อนที่เราจะไปยื่นขอใบอนุญาตได้แน่นอนว่าทุกคนต้องทำความเข้าใจก่อนว่าจริง ๆ การเตรียมตัวในการขอต้องทำยังไงบ้าง เวลาที่ต้องไปยื่นทำเรื่องจริง ๆ จะได้ไปแบบไม่ตกหล่น

ขั้นตอนที่ 1 : ตรวจสอบและเตรียมความพร้อม (Preparation)

ตรวจสอบสถานที่ให้ตรงตามกฎหมาย ตกแต่ง ติดตั้งป้าย และจัดเตรียมเครื่องมือแพทย์ อุปกรณ์ ยา รวมถึงเอกสารทั้งหมดให้ครบถ้วน

ขั้นตอนที่ 2 : ยื่นคำขออนุญาต (Submission)

นำเอกสารชุดคำขอ (ส.พ.1 และ ส.พ.5) ไปยื่น ณ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กทม.) หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (ต่างจังหวัด) เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น หากครบถ้วนจะทำการนัดหมายวันเข้าตรวจสถานที่ค่ะ

ขั้นตอนที่ 3 : การตรวจประเมินสถานที่จริง (Site Inspection)

คณะกรรมการตรวจประเมินจะเดินทางมาตรวจคลินิกจริงตามวันเวลานัดหมาย โดยจะตรวจเช็ก:

  • โครงสร้างห้องและขนาดพื้นที่ตรงตามแบบแปลนที่ยื่นหรือไม่

  • ระบบสุขาภิบาล ป้าย และความสะอาด

  • เครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยา และชุดปฐมพยาบาลฉุกเฉิน

  • ระบบการจัดเก็บขยะติดเชื้อและระบบเก็บเวชระเบียนคนไข้

ขั้นตอนที่ 4 : การปรับปรุงแก้ไข (Modification - ถ้ามี)

หากมีจุดที่ยังไม่ตรงตามข้อกำหนด เจ้าหน้าที่จะทำรายการข้อเสนอแนะให้แก้ไข ทุกคนต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด (ปกติประมาณ 15-30 วัน) และแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าตรวจซ้ำหรือส่งรูปถ่ายยืนยันค่ะ

ขั้นตอนที่ 5 : อนุมัติ ชำระค่าธรรมเนียม และรับใบอนุญาต (Approval)

เมื่อสถานที่และเอกสารผ่านการประเมินเรียบร้อย คณะกรรมการจะเสนออนุมัติใบอนุญาต ทุกคนจะต้องไปชำระค่าธรรมเนียมตามที่กฎหมายกำหนด และรับใบอนุญาต ส.พ.7 และ ส.พ.11 เพื่อนำมาแขวนไว้ในที่เปิดเผยและมองเห็นได้ชัดเจนภายในคลินิกค่ะ

ระยะเวลาโดยรวม : ขั้นตอนทั้งหมดมักใช้เวลาประมาณ 30 - 60 วัน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเอกสารและการคิวตรวจของเจ้าหน้าที่ในแต่ละพื้นที่ค่ะ

ข้อผิดพลาดที่มักพบบ่อย (เรื่องที่ทุกคนต้องระวัง!)

จากประสบการณ์ที่หลาย ๆ คลินิกเจอข้อผิดพลาดจนทำให้ขออนุมัติไม่ผ่านในรอบแรก มีจุดสำคัญที่ทุกคนต้องระมัดระวังเป็นพิเศษดังนี้ค่ะ

  1. ขนาดห้องไม่ได้มาตรฐาน : ออกแบบห้องตรวจหรือห้องหัตถการแคบเกินไป จนไม่สามารถวางเตียงตรวจและอ่างล้างมือได้สะดวก

  2. อ่างล้างมือผิดประเภท : ใช้อ่างล้างมือแบบมือหมุนเปิด-ปิดธรรมดา ซึ่งผิดหลักเกณฑ์ (ต้องเป็นระบบไม่ใช้มือสัมผัส)

  3. ป้ายชื่อคลินิกผิดกฎหมาย : ใส่ข้อความโฆษณา อวดอ้าง หรือใช้ขนาดฟอนต์/สีป้ายไม่ตรงตามที่ประเภทคลินิกกำหนด

  4. ไม่มีสัญญาจัดการขยะติดเชื้อ : ละเลยการทำสัญญากับบริษัทรับกำจัดขยะติดเชื้อล่วงหน้า

  5. ระบบจัดเก็บประวัติคนไข้ (เวชระเบียน) ไม่รัดกุม : วางเอกสารประวัติคนไข้ในจุดที่คนนอกเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งขัดต่อกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรฐานสถานพยาบาลค่ะ

ก้าวต่อไปหลังได้ใบอนุญาต บริหารคลินิกให้โปร่งใส ยกระดับการรักษาด้วย Jera Cloud

เมื่อทุกคนผ่านขั้นตอนการขอใบอนุญาตและเปิดคลินิกได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ก้าวสำคัญต่อไปคือ "การบริหารจัดการคลินิก" ให้ราบรื่น มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานการจัดทำ เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) ที่ปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย

การใช้กระดาษจดประวัติคนไข้แบบเดิม ๆ นอกจากจะเสี่ยงต่อเอกสารสูญหาย ค้นหายาก และเปลืองพื้นที่จัดเก็บแล้ว ยังอาจไม่ตอบโจทย์การทำงานของคลินิกรุ่นใหม่ที่ต้องการความรวดเร็วและแม่นยำค่ะ

ขอแนะนำ Jera Cloud ระบบบริหารจัดการคลินิกอัจฉริยะ ยุคใหม่

Jera Cloud คือระบบบริหารจัดการคลินิกแบบครบวงจรบนระบบคลาวด์ (Cloud-based Clinic Management Software) ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คลินิกทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น คลินิกความงาม, คลินิกเวชกรรมทั่วไป, คลินิกทันตกรรม, คลินิกกายภาพบำบัด หรือคลินิกการแพทย์แผนไทย/จีน ค่ะ

จุดเด่นที่ทำให้ Jera Cloud เป็นตัวเลือกสำหรับคลินิกต่าง ๆ

  • ระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EMR) ได้มาตรฐาน : บันทึกประวัติคนไข้ ประวัติการแพ้ยา ภาพถ่ายก่อน-หลังรักษา (Before/After) ได้อย่างเป็นระบบ ปลอดภัย และสอดคล้องกับข้อกำหนดทางกฎหมาย

  • ระบบนัดหมายและจัดการคิวอัจฉริยะ : นัดหมายคนไข้ง่าย ลดเวลาการรอคอย และช่วยให้การทำงานของเจ้าหน้าที่มีหน้าเคาน์เตอร์เป็นไปอย่างเรียบร้อย

  • ระบบคลังยาและเวชภัณฑ์ (Stock Management) : ควบคุมสต็อกยา ตัดสต็อกอัตโนมัติเมื่อมีการจ่ายยา แจ้งเตือนเมื่อยาใกล้หมดอายุ หมดปัญหาเรื่องยาขาดหรือยาค้างสต็อก

  • ระบบชำระเงิน ออกใบเสร็จ และใบรับรองแพทย์: ออกเอกสารทางการเงินได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว สวยงาม และเป็นมืออาชีพ

  • ระบบรายงานและวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ : มี Dashboard สรุปยอดขาย สถิติคนไข้ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพการทำงานของคลินิกแบบ Real-time ช่วยให้ทุกคนวางแผนธุรกิจได้อย่างแม่นยำ

  • ใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา : สะดวกสบายบนระบบ Cloud ปลอดภัยด้วยมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลขั้นสูง ไม่ต้องลงโปรแกรมซับซ้อน รองรับทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ตโฟน

การเปิดคลินิกให้ประสบความสำเร็จไม่ได้หยุดอยู่แค่การมีใบอนุญาตนะคะทุกคน แต่การมีระบบบริหารจัดการที่ดีเยี่ยมอย่าง Jera Cloud จะช่วยลดภาระงานเอกสาร ให้ทุกคนและทีมแพทย์มีเวลาดูแลคนไข้ได้อย่างเต็มที่และสร้างความประทับใจให้กับผู้มารับบริการได้อย่างสูงสุดค่ะ

 
 
 

Comments


นัด Demo รับสิทธิ์ใช้ฟรี 1 เดือน*

*สิทธิพิเศษเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนผ่านช่องทางนี้เท่านั้น (เมื่อสมัครแพ็กเกจรายปีแบบใดก็ได้)

JERA Cloud พัฒนาโดยบริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด ที่มีประสบการณ์ด้านการทำระบบบริหารคลินิกมามากว่า 7 ปี
JERA Cloud พัฒนาโดยบริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด ที่มีประสบการณ์ด้านการทำระบบบริหารคลินิกมามากว่า 7 ปี

บริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด

  • Line
  • Facebook

245/68 ซอยรามคำแหง 112 ถนนรามคำแหง

แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

bottom of page