top of page
Search

แพทย์ผู้ดำเนินการคลินิกคือใคร ต่างจากผู้ประกอบกิจการยังไง ?

Writer: Rasita Chanratanayothin
Rasita Chanratanayothin
Sep 25
3 min read

การเริ่มต้นเปิดคลินิกไม่ว่าจะเป็นคลินิกเวชกรรมทั่วไป คลินิกเฉพาะทางหรือคลินิกเสริมความงาม คำถามยอดฮิตที่หมอหลายท่านและนักลงทุนมักจะสับสนกันอยู่เสมอคือเรื่องของผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการว่าทั้งสองตำแหน่งนี้มีความเกี่ยวข้องกันยังไงใครบ้างที่สามารถเป็นได้ และตามกฎหมายแล้วมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลข้อกฎหมายที่สำคัญอย่างละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบ และคุณสมบัติของแพทย์ผู้ดำเนินการคลินิกอย่างถูกต้องครบถ้วนเพื่อป้องกันปัญหาข้อกฎหมายและบทลงโทษที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตค่ะ

แพทย์ผู้ดำเนินการคลินิกคือใคร ?

แพทย์ผู้ดำเนินการคลินิก คือ แพทย์ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งได้รับการแต่งตั้งและได้รับใบอนุญาตให้ทำหน้าที่ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบด้านมาตรฐานการรักษาพยาบาลและการบริหารจัดการการแพทย์ภายในคลินิกโดยตรงตามกฎหมาย   

นิยามของ "ผู้ดำเนินการ" ถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจนใน พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 115 ตอนที่ 15 ก วันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2541) โดยในมาตรา 4 ให้คำนิยามว่า ผู้ดำเนินการ หมายถึง ผู้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล และในกรณีของคลินิกเวชกรรม ผู้ดำเนินการจะต้องเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรมเท่านั้น   

หน้าที่หลักของผู้ดำเนินการไม่ได้หยุดอยู่แค่การตรวจรักษาคนไข้ แต่คือการคุมมาตรฐานทางการแพทย์ทั้งหมดภายในคลินิก ตั้งแต่การดูแลความสะอาด ความปลอดภัยของอุปกรณ์ ยา เวชภัณฑ์ การควบคุมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนการจัดทำรายงานทางการแพทย์ให้ถูกต้องตามกฎหมายและประกาศของ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข หากเกิดปัญหาการร้องเรียนเรื่องมาตรฐานการรักษา แพทย์ผู้ดำเนินการจะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในทางกฎหมายและจริยธรรมแห่งวิชาชีพ

ผู้ประกอบกิจการ vs ผู้ดำเนินการ ต่างกันยังไง ?

ผู้ประกอบกิจการคือเจ้าของหรือผู้ลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งและบริหารธุรกิจคลินิก ในขณะที่ผู้ดำเนินการคือแพทย์ผู้รับใบอนุญาตคุมการรักษาและมาตรฐานการแพทย์ภายในคลินิกตามกฎหมาย

เพื่อช่วยให้ ทุกคน มองเห็นภาพความแตกต่างอย่างชัดเจน เรา ได้สรุปข้อเปรียบเทียบระหว่าง "ผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล" (Licensee for Business) และ "ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล" (Medical Director / Operator) ตาม พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนที่ 110 ก วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2559) ไว้ในตารางด้านล่างนี้เลย

หัวข้อการเปรียบเทียบ

ผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาล

ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล

บทบาทหน้าที่หลัก

บริหารจัดการด้านธุรกิจ การลงทุน จัดหา สถานที่ อาคาร อุปกรณ์ ยา และงบประมาณ

ควบคุม ดูแล และรับผิดชอบมาตรฐานการรักษาพยาบาล จริยธรรมทางการแพทย์ และความปลอดภัย

ประเภทบุคคล

เป็นบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน) ก็ได้

ต้องเป็น บุคคลธรรมดา เท่านั้น

ต้องเป็นแพทย์หรือไม่

ไม่จำเป็น (นักลงทุน บุคคลทั่วไป หรือนิติบุคคล สามารถเป็นผู้ประกอบกิจการได้)

ต้องเป็นแพทย์ (ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม) ที่มีใบอนุญาตถูกต้อง

ประเภทใบอนุญาต

ใบอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล (แบบ สพ.7)

ใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (แบบ สพ.19)

กฎหมายอ้างอิง

พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 15, 16, 31

พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 23, 24, 34, 35

การถือครอง/เปิดคลินิก

สามารถเป็นผู้ประกอบกิจการได้หลายแห่ง (ตามกำลังทุน)

เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลได้ เพียง 1 แห่งเท่านั้น

ความรับผิดชอบหลัก

รับผิดชอบความพร้อมของสถานที่ ระบบความปลอดภัย ภาพรวมธุรกิจ

รับผิดชอบมาตรฐานการรักษา เวชระเบียน ใบสั่งยา และข้อผิดพลาดทางการแพทย์

จากตาราง ทุกคน จะเห็นได้ว่าทั้งสองตำแหน่งมีขอบเขตความรับผิดชอบที่แยกออกจากกันอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม กฎหมายมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 เปิดช่องให้แพทย์ที่เป็นเจ้าของคลินิกเอง สามารถเป็นทั้ง "ผู้ประกอบกิจการ" และ "ผู้ดำเนินการ" ในคนเดียวกันได้ หากมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

คุณสมบัติของผู้ดำเนินการตามกฎหมาย ต้องมีอะไรบ้าง ?

ผู้ดำเนินการคลินิกต้องเป็นแพทย์ผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ไม่เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต และมีความพร้อมในการควบคุมดูแลการดำเนินงานของคลินิกได้อย่างใกล้ชิดตามที่กฎหมายกำหนด   

ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 25 ประกอบกับ ข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม เกี่ยวกับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล พ.ศ. 2565 (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2565) ได้กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลไว้ดังต่อไปนี้

  1. เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม: ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทยสภา และใบอนุญาตต้องยังไม่หมดอายุหรือถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาต   

  2. ไม่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต: ต้องไม่เคยถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หรือเพิกถอนใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล   

  3. มีความพร้อมในการดูแลโดยใกล้ชิด: ต้องเป็นผู้ที่สามารถควบคุม ดูแล และรับผิดชอบกิจการสถานพยาบาลนั้นได้โดยใกล้ชิดจริง ไม่ใช่การแขวนป้ายชื่อหรือแอบอ้างชื่อ   

  4. มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ: ต้องมีใบรับรองแพทย์ยื่นประกอบการขออนุญาต ยืนยันว่าไม่เป็นโรคตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด และไม่มีโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่   

  5. ไม่อยู่ระหว่างดำรงตำแหน่งผู้ดำเนินการแห่งอื่น: ต้องไม่เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลแห่งอื่นอยู่แล้ว ณ เวลาที่ยื่นคำขอ

เราขอเน้นย้ำกับทุกคนว่า ทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) มีการตรวจประเมินคุณสมบัติของผู้ดำเนินการอย่างเข้มงวด หากพบว่ามีการแอบอ้างหรือคุณสมบัติไม่ตรงตามที่ระบุไว้ อาจถูกปฏิเสธการออกใบอนุญาตหรือถูกดำเนินคดีทางกฎหมายได้ค่ะ

คลินิกต้องมีแพทย์อยู่ประจำตลอดเวลาไหม ?

คลินิกจำเป็นต้องมีแพทย์หรือผู้ประกอบวิชาชีพประจำอยู่เพื่อให้บริการตรวจรักษาตลอดเวลาทำการที่ได้ยื่นขออนุญาตไว้ตามกฎหมาย   

ตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 34 และ มาตรา 35 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลมีหน้าที่ต้องควบคุม ดูแล ให้มีผู้ประกอบวิชาชีพ (แพทย์) อยู่ประจำและปฏิบัติหน้าที่ในสถานพยาบาลตลอดเวลาทำการที่ได้รับอนุญาตไว้ และผู้ประกอบวิชาชีพที่ปฏิบัติหน้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพอย่างเคร่งครัด   

หากผู้ดำเนินการติดภารกิจ ลากิจ หรือลาป่วย กฎหมายอนุญาตให้จัดให้มี "แพทย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน" (Duty Doctor) ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมถูกต้อง และมีคุณสมบัติตามกฎหมายมาปฏิบัติหน้าที่ตรวจรักษาแทนในวันและเวลานั้นๆ ได้ แต่ต้องมีการบันทึกรายชื่อและตารางการปฏิบัติหน้าที่ของแพทย์ผู้แทนไว้อย่างชัดเจนในสมุดทะเบียนสถานพยาบาล   

เราอยากเตือนทุกคนว่า หากคลินิกเปิดให้บริการโดยไม่มีแพทย์อยู่ประจำ ณ สถานที่นั้น (เช่น ปล่อยให้พนักงานหรือพยาบาลทำหัตถการทางการแพทย์ ฉีดยา หรือสั่งยาเองโดยไม่มีแพทย์ควบคุม) จะถือเป็นความผิดร้ายแรงทันทีตามกฎหมาย ทั้งความผิดฐานเปิดสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ความผิดเรื่องการประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต (หมอเถื่อน) และผู้ดำเนินการอาจถูกตั้งกรรมการสอบสวนจริยธรรมจากแพทยสภาอีกด้วย

แพทย์ 1 คนเป็นผู้ดำเนินการหลายคลินิกได้ไหม ?

แพทย์ 1 คน ไม่สามารถเป็นผู้ดำเนินการหลายคลินิกพร้อมกันได้ โดยกฎหมายกำหนดให้เป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืนได้เพียง 1 แห่งเท่านั้น   

เจตนารมณ์ของกฎหมายใน มาตรา 25 (3) แห่ง พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ร่วมกับ ข้อบังคับแพทยสภา พ.ศ. 2565 และแนวทางปฏิบัติของ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ดำเนินการจะต้องเป็นผู้ที่สามารถ "ควบคุมดูแลกิจการสถานพยาบาลได้โดยใกล้ชิด" ดังนั้น แพทย์ 1 คน จึงได้รับสิทธิ์ในการรับใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล (ประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน หรือ คลินิก) ได้เพียง 1 แห่งเท่านั้น   

เหตุผลสำคัญคือทางราชการต้องการให้แพทย์ผู้ดำเนินการมีเวลาในการกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัย การจัดการเวชระเบียน และการทำหัตถการภายในคลินิกแห่งนั้นได้อย่างทั่วถึงจริงๆ หากปล่อยให้แพทย์ 1 คนเป็นผู้ดำเนินการหลายๆ แห่งพร้อมกัน จะเกิดปัญหาเรื่องการดูแลที่ไม่ทั่วถึง และนำไปสู่ปัญหากระดาษแผ่นเดียวหรือการ "แขวนป้าย" ซึ่งผิดทั้งกฎหมายและจริยธรรมแพทย์

ยังไงก็ตาม สำหรับคำถามที่ว่าแล้วแพทย์สามารถไปวิ่งตรวจรับพาร์ตไทม์ (Part-time) ในคลินิกอื่นได้ไหม ? เรา ขออธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่าแพทย์ที่เป็นผู้ดำเนินการคลินิกแห่งหนึ่ง สามารถไปตรวจรักษาเป็น "แพทย์ผู้ปฏิบัติงาน" (Part-time Doctor) ในคลินิกอื่นได้ในเวลาที่นอกเหนือจากเวลาทำการของผู้ดำเนินการคลินิกหลักของตนเอง แต่ไม่สามารถไปรับตำแหน่งเป็นผู้ดำเนินการให้กับคลินิกแห่งที่สองได้

ถ้าผู้ดำเนินการลาออก ต้องทำอะไรภายในกี่วัน ?

หากผู้ดำเนินการลาออก ผู้ประกอบกิจการต้องแจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) หรือนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ภายใน 3 วันนับแต่วันแต่งตั้งผู้แทน และดำเนินการยื่นขอเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการทันที

กรณีที่แพทย์ผู้ดำเนินการขอลาออก พ้นจากหน้าที่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เกิน 7 วัน กฎหมายได้วางขั้นตอนปฏิบัติไว้อย่างเคร่งครัดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 มาตรา 26 ดังนี้

  1. การแต่งตั้งผู้ดำเนินการแทนชั่วคราว: ผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลสามารถแต่งตั้งบุคคลอื่นที่มีคุณสมบัติตามมาตรา 25 (เป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาตถูกต้อง) ให้ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการแทนชั่วคราวได้ ไม่เกิน 90 วัน   

  2. การแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 3 วัน: ผู้ประกอบกิจการต้องทำหนังสือแจ้งเรื่องการพ้นจากหน้าที่ของผู้ดำเนินการเดิม และการมอบหมายผู้ดำเนินการแทนชั่วคราว ต่ออธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรณีในกรุงเทพมหานคร) หรือนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (กรณีในต่างจังหวัด) ภายใน 3 วัน นับแต่วันที่มีการมอบหมาย   

  3. การยื่นคำขอเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการ (แบบ สพ.6): ในระหว่างระยะเวลา 90 วันดังกล่าว ผู้ประกอบกิจการต้องเร่งสรรหาแพทย์ผู้ดำเนินการคนใหม่ และยื่นคำขอเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการ (แบบ สพ.6) พร้อมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน   

อ้างอิงจาก คู่มือการขออนุญาตและการประกอบกิจการสถานพยาบาล กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ สบส.) ขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการใช้ระยะเวลาดำเนินการรวมประมาณ 21 วันทำการ ดังนั้น เรา แนะนำให้ ทุกคน รีบดำเนินการเตรียมเอกสารและยื่นเรื่องโดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเปิดทำการของคลินิกค่ะ

แล้วบทลงโทษไหนที่ถ้าไม่มีผู้ดำเนินการจะถูกลงโทษ ?

คลินิกที่เปิดให้บริการโดยไม่มีผู้ดำเนินการตามกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล   

หากคลินิกละเลยปล่อยให้ผู้ดำเนินการลาออกโดยไม่แจ้งชั่วคราว หรือเปิดให้บริการโดยไม่มีผู้ดำเนินการควบคุมดูแล บทลงโทษทางกฎหมายจะมีความรุนแรงมาก โดยอ้างอิงตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 ดังต่อไปนี้

  • โทษดำเนินสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต (มาตรา 24 ประกอบมาตรา 57) : ผู้ใดดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   

  • โทษสำหรับการไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงชั่วคราว (มาตรา 26 วรรคสอง ประกอบมาตรา 66) : หากผู้ประกอบกิจการไม่แจ้งการแต่งตั้งผู้ดำเนินการแทนชั่วคราวภายใน 3 วัน จะมีโทษปรับทางอาญาตามที่กฎหมายกำหนด   

  • การสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต (มาตรา 49 และ 50) : ผู้อนุญาต (สบส. หรือ สสจ.) มีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล หรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้ทันที หากพบว่าสถานพยาบาลนั้นไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานและไม่มีผู้ดำเนินการคุมความปลอดภัย   

  • ผลกระทบทางจริยธรรมวิชาชีพ : แพทย์ที่ยอมให้เอาชื่อไปแอบอ้างเป็นผู้ดำเนินการโดยไม่ได้ปฏิบัติงานจริง (แพทย์แขวนป้าย) อาจถูกส่งเรื่องให้แพทยสภาสอบสวนข้อบังคับจริยธรรม ซึ่งมีโทษตั้งแต่การตักเตือน ภาคทวน พักใช้ใบอนุญาต จนถึงการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม   

เราอยากเตือนทุกคนว่า ผลกระทบจากบทลงโทษเหล่านี้ ไม่เพียงแต่เสียค่าปรับหรือถูกดำเนินคดีอาญาเท่านั้น แต่ยังส่งผลเสียต่อชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของคลินิกอย่างรุนแรงอีกด้วย   

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับผู้ดำเนินการ

การขออนุญาตเป็นผู้ดำเนินการคลินิกต้องเตรียมแบบคำขอ (สพ.5 หรือ สพ.6) พร้อมเอกสารแสดงตัวตน ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ใบรับรองแพทย์ และรูปถ่ายตามข้อกำหนดของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ   

สำหรับแพทย์หรือผู้ประกอบกิจการที่กำลังเตรียมยื่นขอใบอนุญาตผู้ดำเนินการ (ขอใหม่) หรือยื่นขอเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการ เรา ได้รวบรวมรายการเอกสารสำคัญตามหลักเกณฑ์ของ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (อัปเดตตามคู่มือประชาชน สบส.) มาให้ ทุกคน ได้เช็กความพร้อมดังนี้ค่ะ

รายการเอกสารหลักสำหรับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล (คลินิก)

  1. แบบคำขอรับใบอนุญาต

    • แบบคำขอใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (แบบ สพ.5) กรณีเปิดคลินิกใหม่   

    • หรือ แบบคำขอเปลี่ยนตัวผู้ดำเนินการสถานพยาบาล (แบบ สพ.6) กรณีเปลี่ยนตัวแพทย์   

  2. เอกสารแสดงตัวตนของผู้ดำเนินการ 

    • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรข้าราชการ (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)   

    • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ดำเนินการ (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)   

  3. เอกสารด้านวิชาชีพแพทย์ 

    • สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ออกโดยแพทยสภา (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)   

    • สำเนาหนังสือรับรองการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ หรือสำเนาวุฒิบัตร/หนังสืออนุมัติแสดงความชำนาญเฉพาะทาง (ถ้ามี)   

  4. เอกสารด้านสุขภาพ  

    • ใบรับรองแพทย์ (ฉบับจริง ออกก่อนวันยื่นคำขอไม่เกิน 1 เดือน) ยืนยันว่าผู้ขออนุญาตมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เป็นโรคต้องห้าม และสามารถควบคุมดูแลสถานพยาบาลได้โดยใกล้ชิด   

  5. รูปถ่าย   

    • รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่ใส่แว่นดำ ขนาด 8 x 13 เซนติเมตร จำนวน 1 รูป (ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี)   

    • รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว หรือ 2.5 x 3 เซนติเมตร จำนวน 3 รูป (ตามที่หน่วยงานรับแจ้งกำหนด)   

  6. เอกสารประกอบอื่น ๆ (กรณีไม่ใช่เจ้าของกิจการเอง) 

    • หนังสือยินยอมการเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล   

    • สัญญาจ้างงานหรือหนังสือแต่งตั้งแพทย์ผู้ดำเนินการ   

    • สมุดทะเบียนสถานพยาบาล (แบบ สพ.11) และใบอนุญาตดำเนินการเดิม (กรณีเปลี่ยนตัว)   

อัตราค่าธรรมเนียม : ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลประเภทที่ไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (คลินิก) อยู่ที่ 250 บาท ต่อใบอนุญาต (อ้างอิงตามกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมสถานพยาบาล)  

หมายเหตุสำคัญ : ข้อแนะนำและคำชี้แจงกฎหมาย

ข้อมูลทั้งหมดที่เราได้นำเสนอในบทความนี้ เป็นการรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลทางกฎหมายทั่วไป อ้างอิงจากพระราชบัญญัติสถานพยาบาล ประกาศกระทรวงสาธารณสุข และข้อบังคับแพทยสภา เพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นสำหรับแพทย์และผู้ประกอบการเท่านั้น   

เนื่องจากแนวทางปฏิบัติข้อกำหนดท้องถิ่นรายละเอียดขั้นตอนการยื่นเอกสารและการตีความแบบฟอร์มบางประการ อาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่เราขอแนะนำให้ทุกคนตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขล่าสุดกับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ในพื้นที่ที่คลินิกของทุกคนตั้งอยู่ หรือติดต่อ ศูนย์บริการธุรกิจสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ก่อนดำเนินการยื่นเอกสารทุกครั้งค่ะ 

บริหารจัดการคลินิกให้มีมาตรฐานและถูกต้องตามกฎหมายด้วย JERA Cloud   

เมื่อทุกคนเข้าใจโครงสร้างกฎหมายและการแต่งตั้งแพทย์ผู้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กันคือการยกระดับการบริหารงานภายในคลินิกให้ได้มาตรฐาน รวดเร็ว และตรวจสอบได้ง่ายตามที่กฎหมายกำหนด

เราขอแนะนำ JERA Cloud (เจรา คลาวด์) ระบบบริหารจัดการคลินิกอัจฉริยะแบบครบวงจร ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คลินิกยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคลินิกเวชกรรมทั่วไป คลินิกความงามหรือคลินิกเฉพาะทาง

  • จัดการเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (EHR/OPD Card) : บันทึกประวัติการตรวจรักษา รายละเอียดการสั่งยา และหัตถการของแพทย์ผู้ดำเนินการและแพทย์พาร์ตไทม์ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และค้นหาง่ายดาย

  • ระบบควบคุมคลังยาและเวชภัณฑ์ : ติดตามการตัดสต็อกยา หมดอายุ และล็อตยาได้แม่นยำ ช่วยให้ผู้ดำเนินการคุมมาตรฐานยาภายในคลินิกได้อย่างโปร่งใส   

  • ระบบนัดหมายและจัดคิวคนไข้ : ลดระยะเวลารอคอย จัดคิวแพทย์แต่ละท่านได้อย่างเป็นระบบ ป้องกันปัญหาความสับสนในวันที่มีแพทย์ปฏิบัติหน้าที่แทน   

  • รายงานทางการแพทย์และสรุปยอดขาย : ออกเอกสาร ใบเสร็จรับเงิน ใบสั่งยา และรายงานสรุปสำหรับยื่นประเมินมาตรฐานคลินิกได้อย่างครบครัน

ช่วยให้การบริหารคลินิกของ ทุกคน เป็นเรื่องง่าย สะดวก ปลอดภัย และถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครทดลองใช้งานได้ที่ JERA Cloud ได้เลย

 
 
 

Comments


นัด Demo รับสิทธิ์ใช้ฟรี 1 เดือน*

*สิทธิพิเศษเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนผ่านช่องทางนี้เท่านั้น (เมื่อสมัครแพ็กเกจรายปีแบบใดก็ได้)

JERA Cloud พัฒนาโดยบริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด ที่มีประสบการณ์ด้านการทำระบบบริหารคลินิกมามากว่า 7 ปี
JERA Cloud พัฒนาโดยบริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด ที่มีประสบการณ์ด้านการทำระบบบริหารคลินิกมามากว่า 7 ปี

บริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด

  • Line
  • Facebook

245/68 ซอยรามคำแหง 112 ถนนรามคำแหง

แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

bottom of page