top of page
Search

เปรียบเทียบโปรแกรมคลินิก เลือกได้เลยอยากใช้แบบไหน!

Writer: Rasita Chanratanayothin
Rasita Chanratanayothin
Aug 9
2 min read

Updated: Aug 10

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญกับการดำเนินธุรกิจ การบริหารจัดการคลินิกให้มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับคนไข้ ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ

ปัจจุบันโปรแกรมบริหารคลินิกในท้องตลาดมีให้เลือกมากมายหลากหลายรูปแบบ จนหลายท่านอาจจะรู้สึกสับสนว่าควรจะเลือกใช้ระบบไหนดี? บทความนี้ ดิฉันตั้งใจเขียนขึ้นมาเพื่อช่วยให้ทุกท่านเข้าใจ "ประเภทของระบบโปรแกรมคลินิก" โดยพิจารณาจากเกณฑ์และสถาปัตยกรรมของระบบเป็นหลัก โดยไม่ระบุยี่ห้อหรือจัดอันดับใดๆ เพื่อให้คุณหมอและผู้บริหารสามารถนำเกณฑ์เหล่านี้ไปประเมินความเหมาะสมกับคลินิกของตัวเองได้อย่างเป็นกลางและคุ้มค่าที่สุดค่ะ

เกณฑ์สำคัญในการจำแนกประเภทโปรแกรมบริหารคลินิก

ก่อนที่เราจะไปดูประเภทของระบบ ดิฉันขอแนะนำเกณฑ์พื้นฐาน 5 ข้อที่เราใช้ในการแบ่งประเภทโปรแกรมคลินิกในปัจจุบันค่ะ

  • สถาปัตยกรรมระบบและการจัดเก็บข้อมูล (System Architecture & Data Storage): ดูว่าระบบติดตั้งและเก็บข้อมูลไว้ที่ไหน เช่น บนเครื่องคอมพิวเตอร์ในคลินิก หรือบนระบบคลาวด์ (Cloud)

  • รูปแบบการเข้าถึงและการทำงาน (Accessibility): ความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูล เช่น ต้องเข้าผ่านคอมพิวเตอร์ที่คลินิกเท่านั้น หรือเข้าถึงผ่านแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนจากที่ไหนก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

  • รูปแบบการชำระเงินและต้นทุน (Pricing Model): เป็นแบบซื้อขาด (One-time Licensing) หรือแบบสมาชิกรายเดือน/รายปี (Subscription Model)

  • ขอบเขตฟังก์ชันและการจัดการเชิงลึก (Functional Scope): เน้นเฉพาะงานเวชระเบียนพื้นฐาน (OPD/IPD) หรือครอบคลุมไปถึงระบบคลังสินค้า การคำนวณค่ามือแพทย์ การบริหารจัดการคอร์ส และ CRM การตลาด

  • ความสามารถในการเชื่อมต่อระบบภายนอก (Integration Capabilities): รองรับการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอื่นหรือไม่ เช่น LINE Official Account, ช่องทาง Social Media หรือเครื่องชำระเงิน (EDC)

เปรียบเทียบโปรแกรมคลินิกตาม "สถาปัตยกรรมระบบ" (System Architecture)

หากแบ่งตามสถาปัตยกรรมของเทคโนโลยี เราสามารถแบ่งโปรแกรมบริหารคลินิกออกเป็น 3 ประเภทหลัก

ระบบติดตั้งภายในคลินิก (On-Premise / Local Server System)

ระบบประเภทนี้คือโปรแกรมรุ่นดั้งเดิมที่จะต้องทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์หลัก (Server) ภายในคลินิก และทำการเชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่ายภายใน (LAN) ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ ของพนักงาน

  • ข้อดี : สามารถทำงานได้แม้อินเทอร์เน็ตหลุด เนื่องจากข้อมูลถูกเก็บอยู่บนเครื่องภายในคลินิก และเจ้าของคลินิกรู้สึกอุ่นใจเนื่องจากตัวเครื่องและข้อมูลตั้งอยู่ในพื้นที่ของตนเอง ไม่เสียค่าบริการรายเดือนในบางซอฟต์แวร์ (จ่ายครั้งเดียวจบ แต่อาจมีค่า Maintenance รายปี)

  • ข้อจำกัด : ต้นทุนเริ่มต้นสูงต้องลงทุนซื้อเครื่อง Server คอมพิวเตอร์สเปกสูง และอุปกรณ์ Network ความเสี่ยงด้านข้อมูลสูญหายหากเครื่อง Server เสียหาย ไวรัสลง หรือฮาร์ดดิสก์พัง ข้อมูลคนไข้อาจสูญหายทั้งหมดหากไม่ได้ทำการสำรองข้อมูล (Backup) อย่างสม่ำเสมอ การเข้าถึงจำกัดผู้บริหารไม่สามารถดูรายงานยอดขายหรือประวัติคนไข้จากนอกคลินิกได้ อีกทั้งการอัปเดตระบบยุ่งยากการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่หรือแก้บั๊กต้องให้ช่างเทคนิคเดินทางเข้ามาอัปเดตที่คลินิก

 เหมาะสำหรับ : คลินิกขนาดเล็กที่มีสาขาเดียว ไม่เน้นการดูข้อมูลนอกสถานที่ และมีทีมงานที่สามารถดูแลระบบไอทีพื้นฐานได้เองค่ะ

ระบบคลาวด์เต็มรูปแบบ (Pure Cloud-Based System)

ระบบคลาวด์เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จัดเก็บข้อมูลไว้บนเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบผ่าน Web Browser หรือแอปพลิเคชันได้จากทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต

  • ข้อดี : เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา (24/7 Accessibility) คุณหมอและผู้บริหารสามารถตรวจดูเคส ประวัติคนไข้ และรายงานยอดขายได้จากทุกมุมโลก ต้นทุนเริ่มต้นต่ำไม่ต้องซื้อเครื่อง Server ราคาแพง จ่ายค่าบริการตามรูปแบบการใช้งานจริง (Subscription) ความปลอดภัยสูงและการสำรองข้อมูลอัตโนมัติข้อมูลถูกจัดเก็บบน Cloud Server ระดับสากล มีระบบ Backup อัตโนมัติ ป้องกันปัญหาข้อมูลหายจากเครื่องพังหรือไวรัส แถมอัปเดตฟีเจอร์ใหม่อัตโนมัติระบบได้รับการพัฒนาและอัปเดตฟังก์ชันใหม่ ๆ อยู่เสมอ โดยไม่กระทบการทำงานประจำวัน ขยายสาขาสะดวกหากต้องการเปิดสาขาใหม่ สามารถเพิ่มบัญชีผู้ใช้งานและเชื่อมโยงข้อมูลข้ามสาขาได้ทันที

  • ข้อจำกัด : จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการทำงาน (ปัจจุบันแก้ไขได้ด้วยการมีอินเทอร์เน็ตสำรอง หรือระบบใช้ Hotspot มือถือ)

เหมาะสำหรับ : คลินิกยุคใหม่ คลินิกความงาม คลินิกเฉพาะทาง และคลินิกที่มีหลายสาขา ที่ต้องการความยืดหยุ่น การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และการทำการตลาดเชื่อมต่อกับคนไข้ค่ะ

ระบบผสมผสาน (Hybrid System)

ระบบไฮบริดเป็นการผสมผสานระหว่าง On-Premise และ Cloud เข้าด้วยกัน โดยจะบันทึกข้อมูลไว้ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ในคลินิกเป็นหลัก และทำการซิงค์ (Sync) ข้อมูลขึ้นระบบคลาวด์เป็นระยะๆ เพื่อให้ดูรายงานผ่านออนไลน์ได้

  • ข้อดี : ทำงานออฟไลน์ได้เมื่ออินเทอร์เน็ตตัดขาด และสามารถดูรายงานบางส่วนผ่านคลาวด์ได้

  • ข้อจำกัด : ความซับซ้อนในการติดตั้งและดูแลรักษาสูงกว่าประเภทอื่น อาจเกิดปัญหาข้อมูลไม่ตรงกัน (Data Conflict) หากช่วงที่ซิงค์ข้อมูลมีปัญหาเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ต

เหมาะสำหรับ : คลินิกที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตไม่เสถียร แต่ยังต้องการดูข้อมูลภาพรวมผ่านออนไลน์ค่ะ 

เปรียบเทียบโปรแกรมคลินิกตาม "ขอบเขตฟังก์ชันและการดูแลคนไข้"

นอกจากเรื่องสถาปัตยกรรมแล้ว เรายังสามารถแบ่งประเภทโปรแกรมคลินิกตาม ระดับความสามารถของฟังก์ชัน (Functional Level) ได้แก่

ระบบเน้นงานปฏิบัติการพื้นฐาน (Basic Operational Level)

  • จุดเด่น : โฟกัสการบันทึกประวัติผู้ป่วย (OPD Paperless), การจ่ายยา, การออกใบเสร็จรับเงิน และการนัดหมายพื้นฐาน

  • เหมาะสำหรับ : คลินิกเวชกรรมทั่วไป คลินิกตรวจโรคทั่วไป ที่ไม่มีความซับซ้อนด้านคอร์สการรักษา หรือระบบสต๊อกสินค้าหลายหน่วย

ระบบเน้นการบริหารจัดการเชิงลึก (Comprehensive Management Level)

  • จุดเด่น : เพิ่มฟังก์ชันบริหารจัดการธุรกิจที่ซับซ้อน เช่น การจัดการคอร์สการรักษา/ตัดคอร์สย่อย, การคำนวณค่ามือแพทย์และค่าคอมมิชชั่นพนักงาน (DF System), ระบบสต๊อกยาและเวชภัณฑ์แบบแปลงหน่วยได้ (เช่น รับเข้าเป็นกล่อง ตัดจ่ายเป็นเม็ด/ซีซี), และการโอนย้ายสินค้าระหว่างสาขา

  • เหมาะสำหรับ : คลินิกความงาม, คลินิกศัลยกรรม, คลินิกทันตกรรม, คลินิกกายภาพบำบัด และคลินิกแพทย์แผนจีน

 ระบบเน้นการตลาดและการสร้างความสัมพันธ์ลูกค้า (Marketing & CRM-Driven Level)  

  • จุดเด่น : ไม่เพียงแค่บริหารงานในคลินิก แต่รวมถึงเทคโนโลยี Smart Clinic ที่เชื่อมต่อกับคนไข้โดยตรง เช่น การเชื่อมต่อกับ LINE Official Account ให้คนไข้เช็กคอร์สคงเหลือ จองคิว นัดหมาย รับส่งโปรโมชัน บัตรสมาชิกดิจิทัล และระบบตอบแชทแบบ Omnichannel (รวมแชท Facebook, IG, LINE ไว้ในที่เดียว)

  • เหมาะสำหรับ : คลินิกที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน เน้นการซื้อซ้ำ การทำ CRM และต้องการเพิ่มยอดขายด้วยการตลาดนำการบริหารค่ะ

Checklist 5 ข้อ ในการเลือกประเภทระบบให้เหมาะกับคลินิกของคุณ

  • คลินิกของคุณเน้นการทำตลาดและซื้อซ้ำหรือไม่? (หากเน้น แนะนำให้เลือกประเภท Cloud ที่มีระบบ CRM & LINE Integration)

  • มีแผนจะขยายสาขาในอนาคตหรือไม่? (หากมีแผนขยายสาขา ควรเลือกประเภท Cloud เพื่อความง่ายในการเชื่อมโยงข้อมูล)

  • คุณหมอต้องการดูรายงานยอดขายแบบ Real-time นอกสถานที่หรือไม่? (หากต้องการความยืดหยุ่น ควรเลือกประเภท Cloud)

  • คลินิกมีทีมไอทีประจำเป็นของตัวเองหรือไม่? (หากไม่มี แนะนำให้หลีกเลี่ยง On-Premise เพื่อลดภาระการดูแลฮาร์ดแวร์)

  • ระบบรองรับมาตรฐาน PDPA และความปลอดภัยข้อมูลผู้ป่วยมากน้อยเพียงใด? (ควรเลือกประเภทระบบที่เก็บข้อมูลบน Cloud Provider ระดับสากลที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง)

การเลือกโปรแกรมบริหารคลินิก ไม่มีคำว่า "ถูก" หรือ "ผิด" ค่ะ มีเพียงคำว่า "เหมาะกับรูปแบบการทำงานของคลินิกเรามากที่สุดหรือไม่" หากคลินิกเน้นการทำงานแบบดั้งเดิม ไม่ต้องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ระบบ On-Premise อาจตอบโจทย์ แต่หากคลินิกของคุณต้องการความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ทันสมัย ปลอดภัย และต้องการยกระดับประสบการณ์ของคนไข้ การเลือกใช้ ระบบคลาวด์ (Cloud-Based System) ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและตอบโจทย์อนาคตมากที่สุดในปัจจุบันค่ะ

ยกระดับคลินิกของคุณสู่ Smart Clinic ยุคใหม่ด้วย JERA Cloud

หากคุณหมอและผู้บริหารกำลังมองหา โปรแกรมบริหารคลินิกบนระบบคลาวด์ (Cloud-based Clinic Management Software) ที่พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์คลินิกความงาม คลินิกเวชกรรม คลินิกศัลยกรรม ทันตกรรม กายภาพบำบัด และคลินิกเฉพาะทางอย่างแท้จริง JERA Cloud คือคำตอบที่คุณกำลังตามหาค่ะ!

ทำไม JERA Cloud ถึงเป็นโปรแกรมบริหารคลินิก ที่คลินิกยุคใหม่ไว้วางใจ ?

ระบบบริหารจัดการครบวงจร (Complete Clinic Management)

  • OPD ออนไลน์ & ชาร์ตดิจิทัล : บันทึกประวัติคนไข้ paperless ชาร์ตหน้า/ชาร์ตฟัน ใช้งานง่ายผ่านแท็บเล็ตและคอมพิวเตอร์

  • คอร์สการรักษา & สต๊อกสินค้าขั้นสูง : บริการตัดคอร์สย่อย ระบบแปลงหน่วยยารับเข้า-จ่ายออก และโอนย้ายสินค้าระหว่างสาขาได้อย่างแม่นยำ

  • ระบบการเงิน & ค่ามือแพทย์ : คำนวณค่ามือ (DF) และคอมมิชชั่นอัตโนมัติ ออกใบเสร็จ ใบเสนอราคา และพิมพ์เอกสารย้อนหลังได้สบาย ๆ

JERA CRM & JERA CHAT เปลี่ยนคลินิกให้เป็น Smart Clinic

  • เชื่อมต่อ LINE Official Account: ให้คนไข้เช็กคอร์สคงเหลือ จองนัดหมาย ดูประวัติ ชำระเงิน และรับส่งโปรโมชันผ่าน LINE ได้ 24 ชั่วโมง

  • JERA CHAT: รวมทุกแชทจาก LINE OA, Facebook และ Instagram ไว้ในหน้าเดียว ช่วยให้แอดมินตอบแชททำงานง่ายไม่ตกหล่น  

  • สร้างความสัมพันธ์ลูกค้า: ระบบบัตรสมาชิกดิจิทัล บัตรกำนัลออนไลน์ (E-Voucher) และกิจกรรมสะสมแต้ม เพิ่มการซื้อซ้ำอย่างยั่งยืน

ปลอดภัยระดับโลกบน Google Cloud & อัปเดตฟรีตลอดการใช้งาน

  • ข้อมูลคนไข้และเวชระเบียนได้รับการปกป้องบน Google Cloud Server มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ป้องกันไวรัสและข้อมูลสูญหาย สอดคล้องกับ PDPA

  • อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ ๆ และพัฒนาเทคโนโลยีให้ฟรีสม่ำเสมอทุกเดือน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

แพ็กเกจยืดหยุ่น ตอบโจทย์ทุกขนาดคลินิก

  • Standard Package : เหมาะสำหรับคลินิกเวชกรรมขนาดเล็ก เริ่มต้นงาน OPD และการเงิน  

  • Elite Package : ออกแบบมาเพื่อคลินิกความงามโดยเฉพาะ ครบครันด้วย Dashboard, ระบบสต๊อก และบัตรสมาชิก  

  • Ultra Package : สำหรับคลินิกที่ต้องการระบบ CRM และ Marketing เชิงลึกแบบเต็มรูปแบบ

สิทธิพิเศษสามารถนัดหมาย Demo ทดลองใช้งานระบบฟรี 1 เดือน พร้อมรับคำปรึกษาจากทีมผู้เชี่ยวชาญได้เลย ถ้าอยากเปลี่ยนระบบการบริหารใหม่ลองเลย!



 
 
 

Comments


นัด Demo รับสิทธิ์ใช้ฟรี 1 เดือน*

*สิทธิพิเศษเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนผ่านช่องทางนี้เท่านั้น (เมื่อสมัครแพ็กเกจรายปีแบบใดก็ได้)

JERA Cloud พัฒนาโดยบริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด ที่มีประสบการณ์ด้านการทำระบบบริหารคลินิกมามากว่า 7 ปี
JERA Cloud พัฒนาโดยบริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด ที่มีประสบการณ์ด้านการทำระบบบริหารคลินิกมามากว่า 7 ปี

บริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด

  • Line
  • Facebook

245/68 ซอยรามคำแหง 112 ถนนรามคำแหง

แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

bottom of page