top of page
Search

โปรแกรมคลินิกยี่ห้อไหนดี 8 เกณฑ์เลือกให้ตรงกับคลินิก

Writer: Rasita Chanratanayothin
Rasita Chanratanayothin
Aug 9
2 min read

ทุกคนเชื่อไหม ว่าผู้บริหารคลินิกยุคนี้หลายคนน่าจะกำลังปวดหัวกับการเลือกโปรแกรมบริหารจัดการคลินิกแน่นอน เพราะเราต้องเสิร์ชข้อมูลและมันจะมีตัวเลือกเพิ่มเติมมาเยอะมากจนเลือกไม่ถูก แถมฟังก์ชันเยอะมากเต็มไปหมด และการเลือกโปรแกรมคลินิกก็เหมือนกับการเลือก ทำเลที่ดี หรือ หัวหน้าพยาบาล คู่ใจก็เป็นเรื่องที่จะทำให้ชีวิตของผู้บริหารดีขึ้น นอกจากนี้จะบอกว่าการหาโปรแกรมคลินิกที่ดีจะช่วยให้เราประหยัดเวลา ลดข้อผิดพลาดทางการเงิน และเพิ่มรายได้ได้จริง แต่ถ้าเลือกผิด นอกจากจะเสียเงินฟรีแล้ว ยังสร้างความยุ่งยากให้ทีมงานจนไม่อยากใช้งานอีกด้วยนะคะ วันนี้จะพาทุกคนมาเจาะลึก 8 เกณฑ์การเลือกโปรแกรมคลินิก โดยเน้นการวิเคราะห์ที่ "ประเภทระบบและโครงสร้างฟังก์ชัน" โดยไม่ต้องอิงกับแบรนด์หรือค่ายไหน เพื่อให้ทุกคนนำไปเปรียบเทียบและตัดสินใจเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์คลินิกของตัวเองได้ดีที่สุดค่ะ!

8 เกณฑ์สแกนระบบโปรแกรมคลินิก เลือกยังไงให้คุ้มค่า และตรงสายงาน

[ประเภทระบบ/สถาปัตยกรรม] ──► [ฟังก์ชันเฉพาะทาง] ──► [เวชระเบียน OPD/EMR] │ [ระบบหลังการขาย/ขยายสาขา] ◄── [ความปลอดภัย PDPA] ◄── [CRM & การตลาด] │ └──► [คลังยา/เวชภัณฑ์] ──► [ระบบการเงิน/ค่า DF]

รูปแบบสถาปัตยกรรมของระบบ (Cloud-based vs. On-Premise)

สิ่งแรกที่ทุกคนต้องพิจารณาคือ "ระบบเก็บข้อมูลไว้ที่ไหน" ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ ค่ะ

  • ระบบบนคลาวด์ (Cloud-based System)

    • จุดเด่น : ข้อมูลเก็บอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางความปลอดภัยสูง สามารถเข้าถึงระบบได้จากทุกที่ทุกเวลาผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะใช้คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน ไม่ต้องลงทุนซื้อเซิร์ฟเวอร์ราคาแพง และมักจะอัปเดตฟังก์ชันใหม่ๆ ให้อัตโนมัติ

    • ข้อพิจารณา : ต้องมีอินเทอร์เน็ตที่เสถียรในการทำงาน และมักมีค่าบริการเป็นรายเดือน/รายปี

  • ระบบติดตั้งในเครื่อง/เซิร์ฟเวอร์ส่วนตัว (On-Premise System)

    • จุดเด่น: ข้อมูลเก็บอยู่ในคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ภายในคลินิก ทำงานได้แม้อินเทอร์เน็ตตัด จ่ายเงินก้อนเดียวจบในตอนแรก

    • ข้อพิจารณา: หากเครื่องคอมพิวเตอร์หลักเสีย ข้อมูลอาจสูญหายได้หากไม่มีการสำรองข้อมูล (Backup) ที่ดี และการเข้าถึงข้อมูลจากนอกคลินิกทำได้ยาก

คำแนะนำ : หากทุกคนต้องการความยืดหยุ่น ชอบดูรายงานยอดขายแบบ Real-time จากบ้าน หรือมีหลายสาขา ระบบ Cloud-based จะตอบโจทย์ยุคนี้ได้ดีกว่า

ความเฉพาะทางของฟังก์ชัน (Specialized Features per Clinic Type)

คลินิกแต่ละประเภทมีเวิร์กโฟลว์ (Workflow) ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โปรแกรมที่ดีต้องออกแบบมาให้เหมาะกับบริบทของคลินิกนั้น ๆ ค่ะ

ประเภทคลินิก

ฟังก์ชันสำคัญที่ต้องมีในระบบ

คลินิกความงาม / ศัลยกรรม

ระบบตัดคอร์ส/แพ็กเกจ, การถ่ายรูปเทียบ Before-After, แผนผังวาดตำแหน่งฉีด (Face Diagram), ระบบมัดจำ

คลินิกทันตกรรม

แผนผังฟัน (Tooth Chart), ระบบนัดหมายตามช่วงเวลาหมอเฉพาะทาง, การบันทึกขั้นตอนการรักษาแบบสเต็ป

คลินิกแพทย์แผนไทย / กายภาพ

แผนผังจุดปวดบนร่างกาย (Body Chart), บันทึกการทำหัตถการรายครั้ง, ติดตามอาการต่อเนื่อง

คลินิกโรคทั่วไป / เฉพาะทาง

ระบบคีย์รหัสโรค (ICD-10), สั่งยาด่วน (Quick Order), บันทึกประวัติแพ้ยาแบบ Alert เตือนชัดเจน

ประสิทธิภาพของระบบเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (OPD / EMR)

หัวใจสำคัญของการรักษาคือประวัติคนไข้ค่ะ โปรแกรมที่ดีต้องช่วยให้คุณหมอบันทึกประวัติได้ไว ไม่ดึงเวลาการตรวจรักษา โดยควรมีคุณสมบัติดังนี้

  • Template การตรวจแบบกำหนดเอง: คุณหมอสามารถสร้างชุดข้อมูลหรือข้อความที่ใช้อยู่บ่อยๆ ได้ เพื่อลดการพิมพ์ซ้ำ

  • การแนบไฟล์และรูปภาพ: สามารถอัปโหลดรูปภาพ ผลแล็บ หรือเอกสารสแกนเข้าประวัติคนไข้ได้ทันที

  • ระบบ History Tracking: สามารถเรียกดูประวัติการรักษา การจ่ายยา และผลตรวจย้อนหลังได้อย่างเป็นหมวดหมู่ มีระบบค้นหาที่รวดเร็ว

  • การเชื่อมต่อการวาด/เขียน: รองรับการใช้ปากกาแท็บเล็ตเพื่อวาดรูปหรือเขียนจดบันทึกบน OPD Card ได้ราบรื่น

ระบบคุมคลังยาและเวชภัณฑ์ (Inventory & Pharmacy Management)

การรั่วไหลของสต็อกยาและสินค้าคือต้นทุนที่ซ่อนอยู่ของคลินิกค่ะ โปรแกรมที่ดีต้องช่วยควบคุมคลังสินค้าได้อย่างแม่นยำ

  • ระบบการตัดสต็อกอัตโนมัติ : เมื่อสั่งจ่ายยาในห้องตรวจ หรือขายสินค้าหน้าเคาน์เตอร์ สต็อกต้องถูกตัดทันทีแบบ Real-time

  • การบริหาร Lot Number & Expiry Date : มีระบบเตือนเมื่อยาล็อตไหนใกล้หมดอายุ เพื่อให้ตัดยาแบบ FIFO (First In, First Out) ได้

  • การแปลงหน่วยสินค้า : สามารถจัดการสินค้านำเข้าเป็นกล่อง แต่ตัดสต็อกออกเป็นเม็ด ซอง หรือซีซี ได้อย่างถูกต้อง

  • ระบบแจ้งเตือนการเติมสต็อก : แจ้งเตือนเมื่อสินค้าลดลงถึงจุด Minimum Stock เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนยาสำคัญ

ระบบการเงิน, การคิดเงิน และส่วนแบ่ง (POS, DF & Commission)

เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ต้องชัดเจนและแม่นยำนะคะ โปรแกรมบริหารคลินิกควรจัดการเรื่องการเงินได้อย่างครอบคลุม

  • การคิดเงินหน้าเคาน์เตอร์ (POS): รองรับชำระเงินหลายรูปแบบในบิลเดียว (เงินสด, โอนเงิน, บัตรเครดิต, สแกน QR Code)

  • คำนวณค่าตอบแทนแพทย์ (Doctor Fee - DF): สามารถตั้งค่าการคิด DF ได้หลากหลาย เช่น คิดเป็นเปอร์เซ็นต์, คิดตามหัตถการ หรือคิดเป็นเหมาจ่ายรายชั่วโมง

  • คำนวณคอมมิชชันพนักงาน: สำหรับคลินิกความงามหรือบริการที่มีการทำยอดขาย ระบบต้องคำนวณส่วนแบ่งยอดขายและค่ามือของเซลส์หรือพนักงานได้อย่างถูกต้อง ไม่ซับซ้อน

  • การออกใบเสร็จและใบกำกับภาษี: ออกเอกสารทางการเงินได้ถูกต้องตามกฎหมาย และรองรับการยกเลิก/แก้ไขบิลอย่างมีระบบตรวจสอบ (Audit Trail)

การเชื่อมต่อ CRM และระบบการตลาด (CRM & Patient Engagement)

การทำให้คนไข้กลับมาใช้บริการซ้ำคือหัวใจของการเติบโต โปรแกรมคลินิกยุคใหม่จึงไม่ควรรักษาอย่างเดียว แต่ต้องช่วยทำตลาดได้ด้วยค่ะ

  • ระบบนัดหมายและการแจ้งเตือน: มีระบบส่ง SMS หรือเชื่อมต่อ LINE Official Account (LINE OA) เพื่อเตือนนัดหมายคนไข้อัตโนมัติ ลดอัตราการลืมวันนัด (No-show)

  • ระบบสมาชิกและสะสมคะแนน: สามารถจัดกลุ่ม Tier สมาชิก คูปองส่วนลด หรือคะแนนสะสม เพื่อกระตุ้นการซื้อซ้ำ

  • การวิเคราะห์พฤติกรรมคนไข้: สรุปได้ว่าคนไข้กลุ่มไหนขาดการติดต่อเกิน 3-6 เดือน เพื่อให้ทีมงานทำ CRM ดึงคนไข้กลับมา

-

ความปลอดภัยของข้อมูลและการปฏิบัติตามกฎหมาย (Data Security & PDPA)

ข้อมูลการรักษาของคนไข้เป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อนมาก (Sensitive Data) โปรแกรมที่คุณเลือกต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน

  • การรองรับกฎหมาย PDPA: มีระบบจัดการความยินยอม (Consent Form) ของคนไข้ และมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

  • การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน (Role-based Access Control): สามารถตั้งค่าการเข้าถึงข้อมูลได้ละเอียด เช่น พนักงานเคาน์เตอร์เห็นเฉพาะข้อมูลนัดหมายและการเงิน แต่ไม่เห็นประวัติการตรวจลึกๆ ของหมอ หรือป้องกันไม่ให้พนักงานดาวน์โหลดฐานข้อมูลลูกค้าออกไปได้

  • ระบบบันทึกประวัติการใช้งาน (Log File): มีการบันทึกว่าใคร เข้ามาดู แก้ไข หรือลบข้อมูลอะไร เวลาไหน เพื่อตรวจสอบเมื่อเกิดปัญหา

บริการหลังการขาย การสอนใช้งาน และการขยายสาขา (Support & Scalability)

เกณฑ์ข้อสุดท้ายแต่สำคัญมาก ต่อให้โปรแกรมดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีคนช่วยดูแลเวลาเกิดปัญหาทีมงาน

  • Support ที่ติดต่อได้จริง: มีช่องทางติดต่อที่สะดวก (เช่น LINE, โทรศัพท์) ในเวลาทำการของคลินิก และมีการตอบสนองอย่างรวดเร็ว (SLA)

  • การอบรมและสอนใช้งาน (Onboarding & Training): มีการเทรนนิ่งให้หมอและพนักงานก่อนเริ่มใช้งานจริง รวมถึงมีวิดีโอคู่มือให้พนักงานใหม่ดูเรียนรู้ได้เอง

  • รองรับการเติบโตและการขยายสาขา (Multi-branch Support): หากทุกคนวางแผนจะเปิดสาขา 2 และ 3 ระบบต้องรองรับการดูภาพรวมแบบ Multi-branch สามารถดึงสต็อกระหว่างสาขา หรือแชร์ประวัติคนไข้ข้ามสาขาได้อย่างราบรื่นก็ทำงานต่อไม่ได้

ตารางเปรียบเทียบ เลือกประเภทระบบอย่างไรให้เหมาะกับขนาดคลินิก

เพื่อช่วยให้ทุกคนมองเห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ลองมาดูตารางเปรียบเทียบความเหมาะสมของประเภทระบบกับขนาดของคลินิกกันนะคะ

ขนาด/รูปแบบคลินิก

ประเภทระบบที่แนะนำ

จุดเน้นย้ำในการเลือก

คลินิกเดี่ยวขนาดเล็ก (หมอ 1 ท่าน, พนักงาน 1-2 คน)

Cloud-based อุปกรณ์น้อยชิ้น (เน้นใช้งานผ่าน iPad/PC)

เน้นความง่าย ไม่ซับซ้อน ราคาประหยัด เมนูไม่เทอะทะ

คลินิกขนาดกลาง (หมอหลายท่าน, มีคลังยา/สินค้า)

Cloud-based ฟังก์ชันครบวงจร (POS + OPD + Inventory)

เน้นระบบสต็อกยาแม่นยำ คุมสิทธิ์พนักงานได้ดี มีระบบนัดอัตโนมัติ

คลินิกความงาม / ศัลยกรรม

ระบบเฉพาะทาง (Specialized Aesthetic System)

เน้นการตัดคอร์ส บันทึกรูปภาพ การคิดค่าคอมมิชชัน และ CRM

คลินิกหลายสาขา / เครือข่าย

Cloud-based Multi-branch Architecture

เน้นการเชื่อมโยงข้อมูลข้ามสาขา Report รวมศูนย์ และความปลอดภัยสูง

ตอบโจทย์ครบ 8 เกณฑ์ ยกระดับคลินิกคุณด้วย JeraCloud!

ไม่มีโปรแกรมคลินิกที่ดีที่สุดในโลก มีแต่โปรแกรมที่เหมาะสมและตอบโจทย์รูปแบบการทำงานของคลินิกเราที่สุดเท่านั้นเอง แต่ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทุกคนกำลังมองหาโปรแกรมบริหารคลินิกที่ตอบโจทย์ ครบทั้ง 8 เกณฑ์ ที่เล่าไปข้างต้น โดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับ JeraCloud ค่ะ

เพราะ Jera Cloud เป็นระบบบริหารจัดการคลินิกยุคใหม่บนระบบ Cloud ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ชีวิตการทำงานของคุณหมอและทีมงานง่ายขึ้นในทุกมิติ

  • ทำงานบน Cloud 100%: เข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลา เช็กยอดขายและรายงานแบบ Real-time ได้แม้อยู่นอกคลินิก

  • ระบบ OPD & EMR สุดลื่นไหล: บันทึกประวัติคนไข้ได้ไว แนบไฟล์/รูปภาพสะดวก ปรับแต่ง Template การตรวจได้ตามสไตล์คุณหมอ

  • จัดการคลังยาและ POS แม่นยำ: ตัดสต็อกอัตโนมัติ ออกบิลรวดเร็ว และคำนวณค่า DF รวมถึงคอมมิชชันทีมงานได้อย่างแม่นยำ

  • เชื่อมต่อ CRM & LINE OA: ระบบเตือนนัดคนไข้อัตโนมัติ ช่วยลดอัตราการลืมวันนัด และกระตุ้นการกลับมาใช้บริการซ้ำ

  • มั่นใจเรื่องความปลอดภัย: ป้องกันข้อมูลรั่วไหล กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงของพนักงานแต่ละตำแหน่งได้อย่างละเอียด

อย่าปล่อยให้ระบบการทำงานแบบเดิม ๆ มาหน่วงการเติบโตของคลินิก สำหรับคุณหมอหรือผู้บริหารท่านไหนที่อยากยกระดับการบริหารคลินิกให้เป็นมืออาชีพ ประหยัดเวลา และเพิ่มรายได้ได้จริง สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม หรือติดต่อขอทดลองใช้งานฟรี (Demo) ได้เลยค่ะ




 
 
 

Comments


นัด Demo รับสิทธิ์ใช้ฟรี 1 เดือน*

*สิทธิพิเศษเฉพาะผู้ที่ลงทะเบียนผ่านช่องทางนี้เท่านั้น (เมื่อสมัครแพ็กเกจรายปีแบบใดก็ได้)

JERA Cloud พัฒนาโดยบริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด ที่มีประสบการณ์ด้านการทำระบบบริหารคลินิกมามากว่า 7 ปี
JERA Cloud พัฒนาโดยบริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด ที่มีประสบการณ์ด้านการทำระบบบริหารคลินิกมามากว่า 7 ปี

บริษัท ละมุนภัณฑ์ ไอที จำกัด

  • Line
  • Facebook

245/68 ซอยรามคำแหง 112 ถนนรามคำแหง

แขวง/เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240

bottom of page